ยอนเดวา (ภาคแรก) เมรัยละครของจำรัส สายะโสภณ

yondeva 03

หลังจากที่เราได้กล่าวถึงเรื่องเล่าหรือตำนานต่างๆ เกี่ยวกับเหล้าในโลกตะวันตกมาพอสมควรแล้ว ก็เห็นจะต้องย้อนกลับมาพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเหล้าในบ้านเราบ้าง ซึ่งแน่นอนเรื่องเล่าที่อยู่ในรูปของวรรณคดีซึ่งมีชื่อว่า ยอนเดวา นี้ออกจะมีความแปลก แตกต่างจากคำกลอนโดยทั่วไปอยู่สักนิด ตรงที่ยอนเดวากล่าวถึงสุรามากมาย โดยชื่อของสุรานั้นก็กลายไปเป็นชื่อของตัวละครต่างๆ ที่มีบทบาทในเรื่อง ดังเช่นความตอนหนึ่งที่บรรยายถึงกองทัพอันเกรียงไกรของยอนเดวาแห่งอัษฎงค์ประเทศ ซึ่งมีขุนศึกและพลาธิการต่างๆ เป็นชื่อเหล้าฝรั่งที่เหล่านักดื่มรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

กองหน้า ห้าร้อยนาวี
บรั่นดีเปนผู้กำกับ
ปีกซ้ายร้อยลำสำทับ
ในความบังคับทรีสตาร์
ให้แชมเปญปอมเมอรี่
คุมหมู่นาวีปีกขวา
ม้าขาวผู้เรืองฤทธา
ตำแหน่งเสนาธิการ
อันกองสภากาชาด
จัดผู้สามารถอาจหาญ
เป๊ปเปอมินช่ำชำนาญ
คุมพลพยาบาลมากมี

ยอนเดวา ( พ.ศ. ๒๔๖๖) เป็นคำกลอนบทละครของนายจำรัส สายะโสภณที่ตีพิมพ์ ในหนังสือเสนาศึกษาและแผ่วิทยาศาสตร์ ผลงานชิ้นนี้ได้รับการยกย่องว่ามีลีลาการประพันธ์ที่เคร่งครัดและสร้างสรรค์มิได้ยิ่งหย่อนไปกว่ามหากวีสุนทรภู่
yondeva

ยอนเดวาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับมหาสงคราม แบ่งออกเป็นสองภาคด้วยกัน ตัวละครที่มีชื่อตามสุราชนิดต่างๆ อย่างเช่น คิงยอร์ชวิสกี้เป็นราชาผู้เป็นใหญ่แห่งอัษฎงค์ประเทศ หรือสก็อตแลนยาร์ดบุรีศรี ซาเกเทเวศเจ้าผู้ครองนครเจแปน และบางยี่ขันกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา จึงเป็นเหมือนตัวแทนของอำนาจราชวงศ์หรือชนชั้นผู้ปกครอง ซึ่งบ้างก็ว่ามหาสงครามของจำรัสนี้เป็นนัยของการเมืองเรื่องสุราที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนั้น ไม่มากก็น้อย

เรื่องราวของยอนเดวาในภาคแรกเริ่มต้นขึ้นเมื่อยอนเดวา หรือคิงยอร์ชวิสกี้ยาตราทัพบุกไปอเมริกา หลังการกีดกันทางการค้าของเพรสิเดนท์วิลสัน ซึ่งมีผลกระทบต่อการส่งออกสุราของคิงยอร์ชโดยตรง แต่ไม่ทันที่ขบวนทัพอันเกรียงไกรจะไปถึง พายุใหญ่กลางมหาสมุทรที่เกิดจากมนตราก็โหมซัดขบวนทัพนั้นแตกกระจาย ส่วนคิงยอร์ชเองก็ผลัดหลงเข้ามาสู่กรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีบางยี่ขันเป็นราชาผู้เป็นใหญ่ปกครอง

แม้อยุธยาจะเป็นเมืองเปิด ซึ่งทำการติดต่อทางการค้ากว้างขวางสำหรับทุกชนชาติ หากการเมืองลึกๆ ภายในกลับทำให้ราชาบางยี่ขันแสดงออกในทางตรงข้าม พระองค์ไม่เพียงไม่ต้อนรับราชาคิงยอร์ชวิสกี้ หากยังทำการขับไล่ให้คิงยอร์ชกลับประเทศของตัวเองอย่างไม่ไว้หน้า และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการประกาศสงคราม (ซึ่งเป็นเนื้อหาในภาคถัดมา)

กล่าวถึงแม่ทัพแชมเปญที่รอดชีวิตจากพายุกลับสู่อัษฎงค์ประเทศ พร้อมข่าวการสิ้นพระชนม์ชีพของคิงยอร์ชในพายุ และด้วยความหวั่นกลัวว่าอำนาจของคิงยอร์ชจะตกไปสู่พระอนุชาฮาร์วี่ย์ นางโซดาผู้เป็นมเหสีของคิงยอร์ชจึงคิดแผนการลอบปลงพระชนม์องค์อนุชา แต่แผนร้ายก็ถูกเปิดโปงเสียก่อน นางโซดาและหลอร์ดเฮก  จึงถูกนำตัวไปขังคุกเพื่อรอลงอาญา

จากการเดินทางล่องนาวาเป็นเวลาสิบวัน คิงยอร์ชวิสกี้ก็เดินทางกลับมาถึงอัษฎงค์ประเทศ พระองค์มุ่งตรงไปยังตำหนักโซดา ข้าราชบริพารที่นั่งอยู่พร้อมหน้าก็ทำท่าก็ตกใจราวกับเห็นผี บ้างก็พากันวิ่งหนีเอาตัวรอดโกลาหล เสียงตวาดของพระองค์เรียกสติคนเหล่านั้น คิงยอร์ชวิสกี้ไต่ถามถึงมเหสีผู้เป็นที่รัก บรรดานางกำนัลจึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้พระองค์ฟัง

คิงยอร์ชบุกเข้าไปพบโซดาผู้เป็นมเหสี เมื่อฟังความจากเธอแล้วก็ยิ่งเดือดดาล พร้อมด้วยความคิดว่าพระอนุชาฮาร์วี่ย์นั้นคิดร้ายกับพระองค์เป็นแน่แท้ คิงยอร์ชวิสกี้ผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่ เชื่อคำโซดามากกว่าผู้เป็นอนุชา พระองค์ไว้ชีวิตฮาร์วี่ย์ แต่โทษหนักในคุกมืดสองปีก็ทารุณเกินไปสำหรับผู้ที่มิได้ตั้งใจทำผิด

เชอรี่ผู้เป็นพี่น้องร่วมมารดากับแกแร็ตนารีซึ่งภัคดีต่อพระอนุชาฮาร์วี่ย์ จึงวางแผนที่จะนำพาตัวพระองค์หนีโทษทัณฑ์ โดยอาศัยความช่วยเหลืออีกแรงจากปอร์ตไวน์พระพี่เลี้ยง แผนการทั้งหมดลุล่วงไปด้วยดี กัปตันค็อกเทลล่องลำนาวา ใช้เวลาสิบห้าวันก็พาพระอนุชามถึงเขตไชนาพระนคร
yondeva 02

ชีวิตของฮาร์วี่ย์และปอร์ตไวน์ในไชนาพระนครมิได้สิ้นไร้ไม้ตอกอย่างถึงที่สุด จะด้วยความเป็นฝรั่งตาน้ำข้าว หรือกิริยามารยาทที่ส่อได้ว่ามิใช่ไพร่กฎุมพี พระองค์ก็ได้ความรักจากโฉมงามปั๊กจุ๊ย แต่ฮาร์วี่ย์ในแดนไชน่านี้ก็มิใช่หน่อเชื้อของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอัษฎงค์ประเทศ ความต่างศักดิ์ห่างชั้นระหว่างพระองค์กับนางปั๊กจุ๊ยจึงกลายเป็นอุปสรรคอย่างหลีกเลี่ยงมิได้

ขณะเดียวกันนั้นเองฮ้องเต้เสฉวนผู้ยิ่งใหญ่ก็ได้ยินเสียงร่ำรือว่า พระธิดาขององค์กงจู๊กั๊บไก่ หรือนางปั๊กจุ๊ยนั้นมีความงามเป็นเลิส จึงใคร่จะสู่ขอมาเป็นภรรยา แต่กงจู๊กั๊บไก่เห็นว่า ลูกสาวของตนนั้นยังเยาว์วัยเกินไปจึงกล่าวปฏิเสธ ก็เลยเกิดเป็นศึกสงครามเพื่อแย่งชิงตัวนางขึ้น ฮาร์วี่ย์จึงขันอาสานำทัพของตนเข้าร่วมรบในศึกครั้งนี้ด้วย ซึ่งแน่นอนการกระทำของฮาร์วี่ย์ถือว่าซื้อใจกั๊บไก่ผู้เป็นบิดาของปั๊กจุ๊ยอย่างสำคัญ และในศึกครั้งนั้นฮาร์วี่ย์ก็ได้ปลิดชีพฮ่วยแซฮ่องเต้ของเสฉวนได้ด้วยคมหอก ฮาร์วี่ย์จึงได้การยอมรับจากกั๊บไก่ และได้รับอนุญาตให้อภิเษกกับปั๊กจุ๊ย ซึ่งนี่เป็นตอนจบของภาคแรก

หากมองจากโครงเรื่อง ยอนเดวา มีเนื้อหาไม่ต่างจากลิเกหรือนิทานพื้นบ้านที่ค่อนข้างสนุกมากเรื่องหนึ่ง เพราะมีเรื่องราวและเหตุการณ์สอดแทรกครบรส การช่วงชิงอำนาจ การชิงรักหักสวาท หรือฉากการต่อสู้ ที่ดุเดือดไม่แพ้มหากาพย์อีเลียด โดยเฉพาะฉากการสัประยุทธ์กันระหว่างโอ้วเต้ากับพู้โท นักรบผู้กล้าของไชน่าและเสฉวน

หรือถ้าจะมองในมุมของลีลาการประพันธ์ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า จำรัส สายะโสภณได้สร้างโวหารหรือถ้อยคำมากมายที่ทับศัพท์แสงภาษาอังกฤษ (หรือกระทั่งภาษาจีน) อย่างตรงไปตรงมา ในหลายบทหลายตอนของยอนเดวาเองก็ได้พิสูจน์ผู้อ่านเห็นแล้วว่า ความสนุกกับความพยายามที่เป็นเหมือนกาลเล่นทางภาษาอันนี้มิได้ขัดกับรูปแบบวิธีที่เป็นกลอนบทละครแต่อย่างใด อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นความเข้าใจในภาษาต่างชาติของตัวจำรัสเองอีกด้วย

มิได้เป็นการกล่าวเกินจริงแต่อย่างใด หากจะพูดว่า ความน่าสนใจของกลอนบทละครชุดนี้ก็มิได้อยู่ที่อรรถรสต่างๆ ที่เราจะได้รับเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะยอนเดวายังได้แสดงภาพพจน์ของประวัติศาสตร์การเมือง-เศรษฐกิจของสังคมในช่วงเวลานั้น ที่ธุรกิจการจำหน่ายสุรามีบทบาทและความขัดแย้งในอำนาจหรือผลประโยชน์อย่างมากมาย ซึ่งปัญหาบางอย่างก็ยังแก้ไม่ตกมาจนถึงปัจจุบัน และนี่เป็นอีกประเด็นที่เราคงมีโอกาสได้พูดกัน ในวาระต่อๆ ไป

v Srivarathanabul

พิมาดา วีร์ / Pimada V. Deputy-Editor editor@dooqo.com Call: 083 3345353 ----------------------------------- DooQo.com "LUXURY LIFESTYLE INVESTMENT" Dooqo.com เป็นสื่อไลฟ์สไตล์และการลงทุน ในเครือ Hi-Class Media Group

You may also like...