YLG : พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ หญิงแกร่ง แห่งYLG BULLION INTERNATIONAL

pawan

หญิงแกร่ง แห่ง YLG เจ้าแม่ค้าทอง ฉลาดเลือกในมุมมองของนักลงทุน

เป็นที่รู้กันดีว่า ขนาดของผลตอบแทนในโลกของการลงทุนย่อมขึ้นอยู่กับขนาดของความเสี่ยงที่นักลงทุนสามารถยอมรับได้ ในยุคที่ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำติดดิน ซึ่งไม่ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือภาครัฐจะมีมาตรการกระตุ้นให้กระเตื้องด้วยวิธีใด ก็ไม่อาจทำให้การฝากเงินกับธนาคารเป็นทางเลือกของการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงเร้าใจ การมองหาช่องทางการลงทุนที่ให้ประโยชน์สูงสุด จึงเป็นหน้าที่ของผู้ที่ใส่ใจในการสร้างความมั่งคั่งให้ตนเองอยู่เสมอ แต่ไม่ว่าในยุคนี้หรือยุคไหนๆ การลงทุนที่ไม่เคยตกกระแส คือการลงทุนในทองคำ

“ทองคำถือเป็น Safe Haven (สินทรัพย์ ที่ปลอดภัย) ในการลงทุน เพราะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี โดยรวมให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ และการฝากเงิน มีสภาพคล่องสูง และสามารถให้เป็นเครื่องมือในการลดการขาดทุนจากการขาดทุนเงินเฟ้อ การลงทุนทองคำ แบ่งเป็น การลงทุนระยะยาวและการลงทุนระยะสั้น

การลงทุนระยะยาว คือการซื้อทองคำและเก็บเป็นระยะยาว จากสถิติ10 ปีที่ผ่านมา ทองคำมีมูลค่าสูงขึ้น กว่า 300% และการลงทุนระยะสั้น ซึ่งนักลงทุนสามารถหากำไรจากความผันผวนของราคาทองคำ”

พวรรณ์  นววัฒนทรัพย์ นักบริหารหญิงแถวหน้าในธุรกิจทองคำได้กล่าวถึงภาพกว้างของการลงทุนในทองคำจากมุมมองของผู้ที่คร่ำหวอดในธุรกิจนี้มานาน

เธอคือผู้ก่อตั้งบริษัท YLG BULLION INTERNATIONAL CO., LTD.  ที่มีผลงานน่าภาคภูมิใจคือการพัฒนาธุรกิจให้สามารถก้าวขึ้นสู่ฐานะผู้นำเข้า และซื้อ-ขาย ทองคำแบบค้าส่งในตลาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่ง รองประธานกรรมการบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด , รองประธานกรรมการบริษัท ยูหลิม โกลด์แฟคตอรี่ จำกัด และ ประธานกรรมการบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ จำกัด นอกจากนี้ยังมีบทบาททางสังคมที่สำคัญในแวดวงธุรกิจทองคำ ทั้งในตำแหน่งรองประชาสัมพันธ์สมาคมค้าทองคำ ประเทศไทย และ อนุกรรมการพัฒนาธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับไทย กระทรวงพาณิชย์

เส้นทางการต่อสู้บนถนนนักลงทุนสำหรับธุรกิจค้าขายทองคำนั้น แม้ในสายตาคนภายนอกจะมองว่า เป็นหนทางสู่ความมั่งคั่ง และเรืองรองไปด้วยโอกาสแห่งการแสวงหากำไร เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว แต่ขึ้นชื่อว่าการลงทุน โดยเฉพาะการเก็งกำไรในระยะสั้นๆ นั้น ก็ไม่ต่างไปจากการลงทุนประเภทอื่นที่มีความเสี่ยงมาเกี่ยวข้อง ความสำเร็จในการทำธุรกิจด้านนี้ จึงต้องอาศัยประสบการณ์ และการรักษาเครดิต

“ความซื่อสัตย์และมีคุณธรรมในการทำธุรกิจเป็นหัวใจหลักที่ทำให้เกิดความเชื่อมั่น รวมถึงความเป็นมืออาชีพในการดำเนินงาน ซึ่งเราเน้นความรู้ความสามารถของบุคลากรและบรรยากาศที่ดีในการทำงาน เหล่านี้คือปัจจัยความสำเร็จของกลุ่ม YLG ซึ่งประกอบด้วย บริษัท ยูหลิมโกลด์ แฟคทอรี่ จำกัด เป็นผู้ผลิตและส่งออก เครื่องประดับอัญมณี, บริษัท วายแอลจีบูเลียน อินเตอร์เนชันแนล จำกัด ผู้นำเข้าและซื้อขายทองคำแท่งบริสุทธิ์ 99.99% มาตรฐาน LBMA และ บริษัท วายแอลจีบูเลียน แอนด์ ฟิวเจอร์ อินเตอร์เนชันแนล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนใน Gold Future (ตราสารอนุพันธ์ ทองคำ)

การลงทุนในทองคำหรือการลงทุนใดๆ นั้น ผู้ลงทุนต้องศึกษาทำความเข้าใจถึงโอกาสและความเสี่ยงก่อนการลงทุนเสมอ สำหรับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาทองคำ (Price Risk) หมายถึงโอกาสที่ราคาทองในตลาดโลกจะเพิ่มสูงขึ้นหรือลดต่ำลงในช่วงระยะเวลาสั้นๆ หรือระยะยาวในบางครั้ง เช่น ในช่วงที่ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ขายเงินทุนสำรองที่เก็บในทองคำออกมาในตลาด จนทำให้ราคาทองในตลาดโลกลดต่ำลง นอกจากนี้ยังมี ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk) หมายถึง ความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินสกุลต่างประเทศอื่น”

อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่า สถานการณ์ราคาทองคำในช่วงปี 2554-2555 นี้ เป็นช่วงเวลาที่ราคาทองคำพุ่งขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ สวนทางกับอัตราดอกเบี้ยที่ลดต่ำลงอย่างน่าใจหาย ทำให้นักลงทุนทั้งมือเก่าและมือใหม่หันมาสนใจเปิดพอร์ทซื้อขายทองคำล่วงหน้า หรือ โกลด์ฟิวเจอร์สกันอย่างคึกคัก

“การลงทุนในทองคำยุคนี้ง่ายกว่าสมัยก่อน เพียงแค่กรอกเอกสารเปิดพอร์ท พร้อมนำบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร เมื่อได้รับการอนุมัติก็สามารถซื้อขายได้แล้ว โดยในการตัดราคาทองคำ ต้องมีการวางเงินมัดจำ 100,000  บาทต่อการตัดราคาทองคำทองคำ 1 กิโลกรัม ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 1,100,000 บาท มีกำหนดการชำระเงินภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่ตัดราคา”

ผู้บริหารหญิงเก่งแห่ง กลุ่ม YLG แนะนำนักลงทุนมือใหม่ถึงขั้นตอนง่ายๆ ในการก้าวสู่ความมั่งคั่งบนถนนสายทองคำ และเผยเคล็ดลับส่วนตัวในการจัดสรรพอร์ตการลงทุนของเธอสำหรับผู้ที่สนใจจะศึกษาเป็นแนวทาง

“สัดส่วนการลงทุนส่วนตัว ดิฉันฝากเงินกับธนาคารเพียง 10% ลงทุนในทองคำ 30% และสัดส่วนที่มากที่สุดคือการซื้อที่ดิน 60% ด้วยเหตุผลที่ไม่ซับซ้อนคือ การเก็บเงินสดหรือออมเงินในธนาคารมีสัดส่วนน้อยที่สุด เพราะมีผลตอบแทนค่อนข้างต่ำ สำหรับใช้กรณีฉุกเฉิน ส่วนที่เหลือจะลงทุนระยะยาวในการซื้อทองคำ และมากที่สุดคือที่ดิน เพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำและสัดส่วนผลตอบแทนคุ้มค่า”

********************************
Text: วณิศา อดัมส์
Contact for Executive & Investor Interview : editor@dooqo.com
Mobile: 088-8613603

You may also like...