ภาส นิธิปิติกาญจน์ แห่ง เมกาเชฟ นักบริหารผู้ร่ำรวยความคิดสร้างสรรค์

pas

แม้ว่าน้ำปลาจะเป็นเครื่องปรุงสำคัญคู่ครัวไทยมานานแสนนาน แต่การปรุงแต่งความคิดสร้างสรรค์ดีๆ ให้กับผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ จนสามารถสร้างความแตกต่างในการรับรู้ของผู้บริโภค ในฐานะน้ำปลาชั้นดีระดับพรีเมียม กลายเป็นผลิตภัณฑ์ชั้นหนึ่งในใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างสง่างามนั้นเป็นสิ่งที่หลายคนอาจจะนึกไม่ถึง และด้วยมุมมองทางธุรกิจที่เฉียบแหลม การปั้นน้ำปลาพรีเมี่ยมแบรนด์เมกาเชฟจนประสบความสำเร็จ ก็เป็นผลงานชิ้นเอกที่ทำให้ ภาส นิธิปิติกาญจน์ ผู้บริหารหนุ่มหล่อ ของ บริษัท สินวารีพัฒนา จำกัด ขึ้นแท่นเป็นนักธุรกิจระดับแถวหน้าที่อยู่ในความสนใจของสังคมได้อย่างน่าชื่นชม

ภาส นิธิปิติกาญจน์ เกิดและเติบโต จากครอบครัวที่ทำน้ำปลาและถูกปลูกฝังจากอากง นายกงเทียน นิธิปิติกาญจน์ ผู้ก่อตั้งโรงงานน้ำปลาไทย ผู้ผลิตน้ำปลาตราปลาหมึก ตั้งแต่ 60 ปี ที่ผ่านมาจวบจนทุกวันนี้  เขาในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 ยังจดจำเมื่อครั้งติดตาม อากง ไปโรงงานรวมถึงแหล่งวัตถุดิบ  ที่มักจะบอกเล่าให้เขาฟังอยู่เสมอว่า  น้ำปลาถือเป็นหัวใจสำคัญของเครื่องปรุงอาหารไทย

เขาเริ่มสั่งสมความรู้ด้านธุรกิจและการตลาดมาตั้งแต่วัยเยาว์ และชายหนุ่มผู้นี้ ยังเดินหน้าร่ำเรียนด้านการตลาดอย่างจริงจังจนจบปริญญาตรี และ ปริญญาโท สาขา การตลาด จาก Queensland University of Technology ประเทศ ออสเตรเลีย ก่อนมาเริ่มงานในธุรกิจครอบครัว โดยไต่เต้าจากตำแหน่ง ผู้จัดการด้านการส่งออก ผู้จัดการฝ่ายการขายและการตลาด  มาจนปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สินวารีพัฒนา จำกัด ด้วยภารกิจหลักในการสร้างแบรนด์ใหม่ “เมกาเชฟ” ให้มีชื่อเสียงโด่งดังไปไกลทั่วโลก ด้วยการสร้างความแตกต่างและโดดเด่น  มีความคิดที่แปลกใหม่อยู่เสมอ  สิ่งสำคัญก็คือ ต้องมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคและสังคมเป็นหลัก

หลักการที่ภาส นิธิปิติกาญจน์ ใช้เพื่อความสำเร็จในการทำงานนั้นไม่ใช่เรื่องซับซ้อน ไม่มีสิ่งอื่นใดมากไปกว่าความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะผลิตสินค้าที่ได้คุณภาพ โดยเน้นในเรื่องของ ความสะอาด รสชาติ และประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นหลัก ด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ จึงเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ตามที่หวังจะประสบความสำเร็จในธุรกิจ สามารถดำเนินรอยตามได้ไม่ยาก

การบริหารทรัพย์สินหรือการลงทุนของภาส แบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยแนวคิดนี้เงินส่วนใหญ่ของเขาจึงอยู่อย่างปลอดภัยในธนาคาร ดอกเบี้ยน้อยหน่อยแต่เงินต้นไม่หายแน่ สภาพคล่องก็สูงสุด หากมีการลงทุนอื่นที่น่าสนใจก็สามารถถอนมาใช้ได้ทันที เขาแบ่งการลงทุนออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่  การลงทุนเรื่องหุ้น   25 % , การลงทุนเรื่องธุรกิจอื่น  15% , การเก็บออม  60 %

ไม่น่าแปลกใจที่เจ้าของแบรนด์น้ำปลาซึ่งเป็นเครื่องปรุงคู่ครัวไทยจะโปรดปรานอาหารไทยเป็นพิเศษ เห็นหน้าตาหล่อเหลาหุ่นสมาร์ทอย่างนี้ หลายคนอาจจะนึกว่าเขาเป็นคนกินน้อย กลัวอ้วน เปล่าเลย ภาส นิธิปิติกาญจน์ เป็นคนที่มีความสุขกับการได้ชิมอาหารอร่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารจีน และอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารไทยที่โปรดสุดๆ คือ แกงเขียวหวานปลากราย ห่อหมกใบยอ ส่วนอาหารญี่ปุ่นที่ชอบก็เป็น ปลาทรายแดดเดียว หรือ ฮะตะ ฮะตะ ซึ่งร้านอร่อยที่เขาไปกับเพื่อนฝูงบ่อยๆ ก็มี ร้านอาหารจันทร์เพ็ญ , ร้านหูฉลามมหาชน และ Sukishi

นักธุรกิจหนุ่มหน้าตาสุภาพคนนี้บอกว่า ถ้าเขาได้รับเชิญให้ร้องเพลงบนเวที เขาจะร้องเพลง “อย่างน้อย ของวง BigAss” ซึ่งดูจากหน่วยก้านลีลา สงสัยว่าจะร้องได้ดีไม่ใช่เล่น แต่เขาคงไม่คิดไปเป็นนักร้องอาชีพแน่ๆ เพราะงานบริหารธุรกิจที่ทำอยู่ทุกวันก็รัดตัวพออยู่แล้ว และถ้าเหนื่อยกับงานมากๆ เขาก็จะหาโอกาสไปพักสมองด้วยการท่องเที่ยว อย่างที่เกาะช้างก็ไปบ่อย หรือไม่ก็ดูหนังสนุกๆ คลายเครียด ถ้าขี้เกียจไปไหนก็อยู่บ้านเล่นกับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด หาหนังสือดีๆ มาอ่านแก้เครียดและพัฒนาความรู้ไปในตัว เล่มล่าสุดที่อ่านก็คือ Inside Steve’s Brain นับว่าเป็นการพักผ่อนใช้เวลาว่างที่คุ้มค่าไม่เบา

********************************
Text: วณิศา อดัมส์
Contact for Executive & Investor Interview : editor@dooqo.com
Mobile: 088-8613603

You may also like...