ศัตรูตลอดกาลของเหล่าฮีโร่

money-growshero

THE REAL ENEMIES OF ALL HEROES

ภาพพจน์ของเหล่าฮีโร่ของคนแต่ละรุ่นสะท้อนแนวคิดและทัศนคติต่อความสำเร็จของผู้คนยุคต่างๆกัน ผู้คนในแต่ละเจนเนอเรชั่นจึงมีภาพฮีโร่ในอุดมคติที่แตกต่างกันไป

Baby Boomer (คนที่เกิดช่วง 2489-2507) เป็นยุคสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้คนในยุคนั้นจะมุ่งมั่นกับการทำงานสร้างความมั่นคง ควบคู่ไปการประหยัด อดออมอย่างจริงจัง ถ้าเปรียบกับตำแหน่งในองค์กร คนยุคนี้ก็น่าจะเป็น ‘ระดับประธานบริษัท’ ฮีโร่ของคนวัยนี้ ถ้าในส่วนวงการบันเทิงมักเป็นคนจริงๆแต่มีความสามารถสูง เช่น ผู้มีความกล้าหาญ สู้รบเก่ง เป็นคาวบอยบนหลังม้า จารชนมาดโก้ หรือเป็นนักสืบสมองเพชร พระเอกรุ่นตำนานทั้งหลายก็ไม่ต้องสวมชุดยอดมนุษย์รัดติ้ว แต่จะเป็นคนเข้มแข็ง เน้นที่ความเก่ง หล่อเท่ มีคุณธรรมสูงส่ง ฉลาดล้ำ เป็นเจนเนอเรชั่นของการ ‘ลงแรง’ ก่อร่างสร้างธุรกิจ

GenX (คนที่เกิดช่วง 2508-2522) ยุคที่โลกกำลังเจริญและสมบูรณ์พร้อมด้วยทรัพยากร ธุรกิจทั้งหลายกำลังเติบโตสู่ความมั่งคั่ง ควบคู่กับการพัฒนาของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ คนวัยนี้จะให้ความสำคัญการเรียนและการทำงานมาก จัดอยู่ในระดับ ‘กรรมการผู้จัดการ’ แต่ความเป็นทางการอาจไม่เท่ารุ่นพ่อแม่ มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิดกล้าทำมากกว่ารุ่นก่อน ฮีโร่ของคนยุคนี้จำนวนไม่น้อยจะเป็นพวกยอดมนุษย์ มีความสามารถพิเศษ มีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ มีการพูดถึงโลกอนาคต อวกาศ และการสื่อสาร มักช่วยเหลือคนหมู่มาก กอบกู้โลก เป็นเจนเนอเรชั่นของการ ‘ลงทุน’ สร้างและขยายกิจการ

GenY (คนที่เกิดช่วง 2523-2540) เทคโนโลยีต่างๆในยุคนี้กำลังก้าวหน้า เป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของอนาล็อกมาสู่ดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ คนยุคนี้จึงชอบเรื่อง IT มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าทดลอง กล้าเปลี่ยนแปลง มองโลกในแง่ดี สามารถทำอะไรพร้อมกันได้หลายอย่าง แต่อาจมีสมาธิสั้น ไม่สามารถอดทนต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้นาน แต่มักเชื่อว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จได้จากการทดลองทำสิ่งใหม่ๆด้วยความคิดนอกกรอบ ไม่เป็นทางการ และอิสรเสรีภาพ ถ้าเป็นระดับบริษัทก็เป็นตำแหน่ง ‘ผู้จัดการ’ บางคนอาจเป็น ‘ฟรีแลนซ์’ หรือเป็นเจ้าของกิจการของตัวเอง คนในยุคนี้มักจะมีฮีโร่ที่ผสมผสานระหว่างคนธรรมดากับคนที่มีความสามารถพิเศษแฝงอยู่ สามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยการริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ สามารถพลิกบทบาทจากคนที่ดูเหมือนจะเคยเป็นผู้พ่ายแพ้ในสายตาคนหมู่มาก ดูไม่น่าสนใจหรือมีบุคลิกภายนอกที่ดูแล้วไม่น่าจะสำเร็จอะไรได้ มาสู่คนที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในตอนหลังด้วยการทำในสิ่งที่แตกต่าง ฮีโร่ของยุคนี้ที่เป็นคนจริงๆ ก็อย่างเช่น บิล เกตส์,  สตีฟ จ็อบส์ ถ้าเป็นตัวละครในหนังที่ชื่นชอบก็มักจะไม่ใช่พวกซูเปอร์ฮีโร่ที่เกิดมาเพื่อช่วยคนอื่น แต่จะเน้นการทำอะไรเพื่อความสำเร็จของสิ่งที่ตัวเองใฝ่ฝันหรือสนใจ เป็นเจนเนอเรชั่นของการ ‘ต่อยอด’ พัฒนาธุรกิจใหม่ๆ

GenZ (คนที่เกิดตั้งแต่ 2540 เป็นต้นไป) ในขณะที่คุณกำลังอ่านบทความนี้ คนGenZ ก็คือเด็กๆและวัยรุ่น เป็นยุคที่คนเกิดมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ใช้เทคโนโลยีได้คล่องแคล่ว เรียนรู้เร็ว มีความสามารถเฉพาะทางสูง และยังทำนายไม่ได้ว่า คนรุ่นนี้จะสร้างอะไรไว้ให้โลกเมื่อยุคของเขาผ่านไป แต่ที่แน่ๆคือคนยุคนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นคนที่มีความสามารถเฉพาะทางสูง เพราะเป็นยุคที่เปิดกว้างในเรื่องข่าวสารข้อมูล การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ง่ายโดยไม่ต้องผ่านระบบการศึกษาที่เป็นลำดับแบบเดิม เด็กที่สนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งอาจมุ่งศึกษาเฉพาะทางด้านนั้นจนเก่งกว่าใคร ถึงขั้นเป็นเจ้าของธุรกิจตัวเองได้ตั้งแต่อายุยังน้อยโดยไม่ต้องเรียนจบมหาวิทยาลัย เด็กๆอาจจะมีพอร์ตการลงทุนของตัวเอง และมีสินทรัพย์ของตัวเองเหมือนผู้ใหญ่ ถ้าสังเกตให้ลึกจะพบว่า ฮีโร่ในหนังของคนยุค GenZ ไม่ใช่ตัวละครตามบทบาทในหนังที่แสดง แต่เป็นตัวบุคคลที่แสดงในหนังเรื่องนั้นๆต่างหากที่น่าสนใจ เช่น แฟนคลับที่ชื่นชอบการแสดงในหนังของพระเอกในเรื่อง Harry Potter อาจไม่ได้ชื่นชอบตัวละครที่เป็นพ่อมดน้อย แต่กลับชอบนักแสดงนำที่ประสบความสำเร็จจากบทพ่อมดน้อยในฐานะที่เป็นดาราคนโปรดมากกว่า คนยุคนี้ชอบสิ่งที่เป็นของจริง หรือสิ่งที่เชื่อว่าเป็นชีวิตจริงที่เข้าถึงได้ของคนดัง คนสำคัญ เพราะการสื่อสารที่ทำให้เขาสามารถเชื่อมต่อกับผู้คนและข้อมูลได้อย่างไม่จำกัด ดูจากความโด่งดังของ คิม คาร์เดเชียน ที่แจ้งเกิดจากการทำ Reality Show ชีวิตของครอบครัวเธอที่ดูเหมือนไม่มีสาระอะไรแต่มีคนดูจำนวนมหาศาล หรือความสนใจของคนทั้งโลกที่มีให้กับการแปลงเพศของ บรูซ เจนเนอร์ (อดีตนักกีฬาโอลิมปิกชื่อดังและเป็นอดีตพ่อเลี้ยงของ คิม คาร์เดเชียน) ซึ่งมีมากกว่าสมัยที่เขาประสบความสำเร็จในฐานะนักกีฬาโอลิมปิกมากมายหลายร้อยเท่า

และมาถึงเจนเนอเรชั่นล่าสุดของยุคนี้ก็คือ GenC ที่ไม่ได้แบ่งกลุ่มคนตามปีที่เกิด หรืออายุ แต่แบ่งตามพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะเสพติดการเชื่อมต่อ มีชีวิตอยู่ในสองโลกคือโลกจริงๆกับโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก มีค่านิยมความคิดใกล้เคียงกับคนใน GenZ ทว่าแตกต่างตรงที่ไม่มีเรื่องของอายุมากำหนดพฤติกรรม ซึ่งสิ่งที่น่าคิดคือ ฮีโร่ของคน GenC นั้นอาจหมายถึง ‘ใครก็ได้ที่บังเอิญดัง’ หรือประสบความสำเร็จในเรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้นมา อาจจะเป็นแค่ชั่วแวบเดียวสั้นๆ หรือความสำเร็จที่ยาวนาน แต่ที่แน่ๆคือไม่ว่าใครจะสำเร็จสั้นหรือยาวแค่ไหน คน GenC ก็จะมีเวลาชื่นชมกับฮีโร่คนนั้นแค่ประเดี๋ยวประด๋าว เพราะอีกไม่ช้าไม่นานก็จะมีสิ่งใหม่หรือฮีโร่คนใหม่ที่น่าสนใจกว่าเข้ามาเรียกร้องความสนใจสั้นๆให้หันเหไปที่อื่นต่ออย่างรวดเร็ว

แม้ว่าฮีโร่ของผู้คนในแต่ละเจนเนอเรชั่นจะมีคุณลักษณะที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือการเป็นบุคคลผู้สามารถเอาชนะการต่อสู้แข่งขันที่ท้าทายได้จนประสบความสำเร็จ ภาพจำของความสำเร็จทั้งหลายมักถูกบันทึกไว้ว่าเป็นจุดสุดท้ายสำหรับการต่อสู้ของเหล่าผู้กล้า แต่ในความเป็นจริงก็คือ ฮีโร่ทุกคนล้วนไม่อาจหยุดการต่อสู้ได้เลยตลอดชีวิต หลังการต่อสู้แข่งขันกับศัตรูหรืออุปสรรคในสงคราม ในจอทีวี หรือในโลกธุรกิจจะสิ้นสุดลงแล้วด้วยชัยชนะอย่างสมภาคภูมิ ก็ยังมีศัตรูตัวฉกาจที่ติดตามหลอกหลอนต่อไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ นั่นก็คือกาลเวลา ที่ทำร้ายทุกคนด้วยความเสื่อมถอยของสังขาร ความเจ็บป่วย ความอ่อนแอ ที่จะค่อยๆโจมตีผู้คนในทุกเจนเนอเรชั่นอย่างเงียบเชียบ ไปจนจุดสุดท้ายที่เราจะเอาชนะมันได้ด้วยความตาย เมื่อนั้น…บทบาทของศัตรูตัวร้ายก็จะปิดฉากไปพร้อมกัน

ฮีโร่ในหนังไม่มีวันตาย พระเอกในหนังรุ่นปู่ อาจถูกรีเมคกลับมาให้คนรุ่นหลานกรี๊ดต่อได้ ผู้คนจึงมักจินตนาการชีวิตหลังความสำเร็จของฮีโร่ว่าจะต้องเป็นชีวิตที่สวยงามเปี่ยมด้วยความสุขและการเฉลิมฉลอง ก่อนที่จะฟิตกลับมาสู้กับเหล่าร้ายในภาคต่อไป ทั้งที่ความเป็นจริงของชีวิตยังมีเรื่องให้สู้ไม่สิ้นสุด ศัตรูตัวร้ายที่เหล่าฮีโร่จะต้องต่อสู้หลังฉากไปจนวินาทีสุดท้ายแต่ไม่เคยชนะและไม่อยากประกาศให้คนรู้มีตั้งแต่ ศัตรูทางกายภาพ อย่าง สายตาเสื่อม หูตึง กระดูกผุ เบาหวาน หัวใจ พาร์กินสัน ไตวาย ตับทรุด สมองเสื่อม อัมพฤกษ์อัมพาต และศัตรูทางจิตใจ เช่น ความรู้สึกตกต่ำ ด้อยค่า สูญเสียความเชื่อมั่น ความเหงา ความหดหู่ ซึมเศร้า การถูกทอดทิ้ง ฯลฯ ซึ่งระหว่างการต่อสู้เพื่อความสำเร็จในครึ่งแรกของชีวิตนั้น คงมีน้อยคนเหลือเกินที่จะตระหนักถึงการต่อสู้กับศัตรูในอนาคตเหล่านี้ และเตรียมการรับมือที่จะต่อสู้หรือประคองตัวให้ไปถึง ‘อีกฝั่งหนึ่ง’ (ที่คงไม่อาจเรียกได้ว่าความสำเร็จ) ได้โดยสวัสดิภาพหรือไม่เจ็บปวดมากนัก โดยสิ่งที่จำเป็นสำหรับนักสู้ทุกคน ก็คือ การสะสม ‘ต้นทุนหรือคลังอาวุธ’ เอาไว้ให้เพียงพอกับอนาคต ด้วยวางแผนการลงทุนชีวิตไว้อย่างรอบคอบไม่ว่าจะเป็นเงินทอง โอกาส และความสัมพันธ์ ควบคู่ไปกับเรียนรู้ที่จะยอมรับความจริงว่า ชีวิตคือการต่อสู้ที่ไม่สิ้นสุด มีบางศัตรูที่เราจะต้องแพ้ แต่ก็ต้องเตรียมกำลังไว้ให้พร้อมสู้เสมอ และฮีโร่คนสุดท้ายที่ควรจะหวังพึ่ง…ก็คือตัวเราเอง

———————–

ที่มา : คอลัมน์ MONEY GROWS จากนิตยสาร ESQUIRE ฉบับพฤศจิกายน 2558

 

You may also like...