Editor’s Review @ Narasiri Bangna งดงามด้วยรายละเอียด


*บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นของบรรณาธิการเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ใดๆทั้งสิ้น

การตัดสินใจซื้อบ้านดีๆสักหลังเป็นเรื่องที่ต้องใคร่ครวญกันอย่างจริงจังนะคะ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังใหญ่หรือหลังเล็ก ราคาจะมากหรือน้อย แต่เพราะบ้านเป็นมากกว่าปัจจัยสี่ แต่เป็นสถานที่สำหรับความสุข ความปลอดภัย ความอยู่ดีมีสุขของทุกคนในครอบครัว และยิ่งไปกว่านั้น บ้านยังเป็นเครื่องหมายของความสมบูรณ์พูนสุขในชีวิต เป็นภาพสะท้อนความสำเร็จ เกียรติยศ และความภาคภูมิใจแก่ผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งสิ่งที่สำคัญประการแรกในการเลือกซื้อบ้านที่ดีสักหลัง ก็คือการมองหาทำเลที่ดีัสุดยอด อันเป็นที่ตั้งของโครงการคุณภาพที่มีชื่อเสียงดั้งเดิมเป็นเครื่องการันตีในมาตรฐานและความไว้วางใจ เพราะอายุของบ้านที่ซื้อนั้นอาจจะยาวนานไปชั่วลูกชั่วหลาน และแน่นอนว่า สภาพสังคมของชุมชนที่ตั้ง รวมถึงคุณภาพบริการหลังการขาย ก็เป็นรายละเีอียดที่ต้องใส่ใจอย่างลึกซึ้ง

โครงการ นาราสิริ บางนา เป็นบ้านคุณภาพในเครือแสนสิริ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงด้านคุณภาพสูงสุดเจ้าหนึ่งในวงการอสังหาริมทรัพย์เมืองไทย ตั้งอยู่บนถนนบางนาตราด ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี สมุทรปราการ บนพื้นที่กว่า 65 ไร่ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว 4 ห้องนอน จำนวน 4 แบบ บนเนื้อที่ตั้งแต่ 115-231 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 375-521 ตารางเมตร พร้อมห้องอเนกประสงค์ ห้องแม่บ้าน และโรงจอดรถ 4 คัน บ้านในโครงการไม่หนาแน่น เพราะมีเพียง 101 ยูนิต เท่านั้น

เหตุผลที่ทีมงาน DooQo มีความสนใจอยากไปเยี่ยมชมโครงการนี้ เพราะภาพโฆษณาที่สวยติดตาตรึงใจ ซึ่งทางแสนสิรินำเสนออย่างเต็มที่ทั้งในสื่อโทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ เว็บไซต์ หรือแม้แต่ตามป้ายบิลบอร์ดใหญ่ๆทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งความน่าสนใจนั้นไม่ได้อยู่ที่ความโด่งดังหรือชื่อเสียงของพรีเซนเตอร์แม้แต่น้อย หากแต่เป็นภาพบรรยากาศของโครงการ การตกแต่งภายในบ้าน รูปแบบสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์ที่ดูงดงามลงตัว ที่ทางเจ้าของโครงการเรียกว่าเป็น “American Luxury” ดูแล้วมีรสนิยม แม้ว่าขนาดพื้นที่บ้านจะไม่ได้ใหญ่โตมหาศาล

ความประทับใจแรกในเรื่องของการโฆษณานำไปสู่การติดต่อสื่อสาร และเราก็พบว่า ผู้ที่คอยรับการติดต่อในฐานะ หลังบ้าน หรือผู้ทำงานประชาสัมพันธ์ของแสนสิริ คือคุณปูและคุณนุช ก็ให้การตอบรับเราอย่างสุภาพและเปี่ยมด้วยน้ำใจไมตรีอันดียิ่ง ช่วยเป็นธุระในการประสานงานกับทางเซลล์โครงการให้เราได้รับความสะดวกอย่างรวดเร็วทันใจ โดยไม่ต้องวุ่นวายกับขั้นตอนที่น่าปวดหัวอย่างที่เราเคยเจอมากับการติดต่อที่อื่นๆ

และเมื่อขับรถไปถึงหน้าประตูโครงการที่ดูเขียวขจีและทัศนียภาพเบื้องหน้าที่สวยงามดูภูมิฐานสมราคา ก็ได้ประทับใจอีกครั้งกับบุคลิกที่แสนสุภาพและการทักทายอย่างอ่อนโยนทว่าสง่าผ่าเผยตั้งแต่พนักงานรักษาความปลอดภัยหน้าโครงการ

เทอเรซในสวนเขียวขจีสวยร่มรื่นสะอาดตา เหมาะนั่งหย่อนใจยามว่าง หรือจะจัดงานเลี้ยงน้ำชาก็ไม่เลว

เราขับรถผ่านถนนร่มรื่นด้วยแมกไม้เขียวขจีไปยังลานจอดรถ เมื่อถึุงจุดจอดรถก็มีพนักงานรักษาความปลอดภัยกิริยางดงาม พูดจาน่้าฟังมาคอยรับรอง นำเราขึ้นรถบักกี้ที่ใช้บริการภายในโครงการไปยังสำนักงานขาย ซึ่งตอนแรกเราเห็นว่าไม่ไกลมาก จะเดินไปเองก็ได้ แต่ฝ่ายเจ้าบ้านก็ยืนยันอย่างสุภาพว่าต้องการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ เราจึงไม่ขัดศรัทธา แถมตอนลงจากรถเราไปขึ้นรถบักกี้เขายังมากางร่มให้ด้วย ช่างน่ารักจริงๆ … สำหรับคนที่ทำงาน Luxury review มานานเกินกว่าหนึ่งในสามของชีวิต เราให้ราคากับ HI-TOUCH ของบุคลากรว่าเป็นแก่นสารแท้ๆ ของความ LUXURY มากกว่าราคาค่างวดของการตกแต่งประดับประดา เพราะเงินอาจซื้อของแพงได้ แต่ซื้อรสนิยมและความรู้สึกมีระดับไม่ได้เสมอไป และคนที่เข้าใจถึงแก่นแท้ของคุณภาพการบริการจริงๆเท่านั้น ที่จะสามารถสื่อสารระดับคุณภาพตรงนี้ออกมาให้สัมผัสใจผู้บริโภคได้ ทำให้ดิฉันบังเอิญคิดไปว่า …แหม ถ้าได้มาซื้อบ้านโครงการนี้ นอกจากจะได้อยู่ในสถานที่สวยๆแล้วย่อมจะได้รับการบริการที่ดีเป็นแน่แท้…อันนี้สำคัญมาก โรงแรมหรูๆ อสังหาแพงๆ หลายแห่งเจ๊งไม่เป็นท่าก็เพราะตกม้าตายเรื่องการบริการนี่แหละ…จะบอกให้

ห้องรับประทานอาหาร รับแสงธรรมชาติอบอุ่นสดใสในเวลากลางวัน

รปภ.ใจดีพาเรามาส่งที่สำนักงานขายโครงการ ซึ่งเป็นบ้านตัวอย่างหลังสวยหนึ่งในสี่หลังที่สร้างเสร็จพร้อมตกแต่ง ตั้งอยู่ด้านหน้าหมู่บ้าน เราได้รับการต้อนรับด้วยไมตรีจิตอีกครั้งจากคุณเอ๋ ฝ่ายขายประจำโครงการ คุณเอ๋ให้เราเลือกดูบ้านตัวอย่างทั้งสามแบบได้จนพอใจก่อนที่จะตัดสินใจเลือกว่าจะถ่ายหลังไหนลงคอลัมน์ และเมื่อได้เข้าไปชมทุกหลัง ก็สวยไม่แพ้กัน ตั้งแต่สวนหน้าบ้าน เข้าไปถึงตัวอาคาร เรื่อยไปจนถึงการตกแต่งภายในบ้านที่สวยหรูเนี้ยบกริบทุกจุด ด้วยโทนสีที่ดูมีรสนิยม ให้ความรู้สึกอ่อนโยนอบอุ่น แต่แอบเก๋ต่างกันด้วยคู่สีที่ไม่เหมือนกันในการออกแบบแต่ละหลัง แม้ว่าขนาดพื้นที่ภายในของแต่ละส่วนใช้สอยจะไม่ใหญ่นัก ด้วยราคาที่ดินย่านบางนาที่กำลังบูมสุดขีด แต่การออกแบบตกแต่งที่ดีก็ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดอะไรมาก

ห้องรับแขกที่ดูเป็นทางการด้วยโทนสีแดงและไม้สีเข้ม

บ้านตัวอย่างหลังที่เราเข้าไปชม ชั้นล่าง มีห้องนอนหนึ่งห้องพร้อมห้องน้ำ มีหน้าต่างชมวิวสวนติดเทอเรซ อาจจะมีไว้รับแขกหรือญาติผู้ใหญ่ที่ไม่อยากขึ้นบันได…เหมาะมาก มีห้องรับแขกขนาดประมาณ 30 ตารางเมตร แยกเป็นสัดส่วนกับห้องนั่งเล่นดูทีวีขนาดประมาณ 20 ตารางเมตร อยู่ระหว่างห้องนอนชั้นล่างกับโถงทางเข้า ซึ่งเป็นไอเดียที่เหมาะ เพราะบางทีคนหนึ่งอาจจะกำลังมีแขกหรืออยากนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ อีกคนอยากดูหนังฟังเพลง ก็ไม่ต้องรบกวนกัน ห้ิองรับประทานอาหารพื้นที่ราว 16 ตารางเมตร ติดต่อกับห้องแพนทรีกว้างขวาง ห้องครัว ติดกับห้องน้ำชั้นล่าง และประตูที่เปิดออกไปยังส่วนเซอร์วิส

ส่วนแพนทรีโล่งโปร่งสบายเชื่อมกับโถงทางเข้ามาถึงห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว เน้น FLOW of SPACE

โถงกลางของชั้นสองเป็นส่วนนั่งเล่นของครอบครัว และพื้นที่ทำงาน

ขึ้นบันไดมาชั้นสอง ก็มีโถงนั่งเล่นเชื่อมกลางระหว่างห้องนอนใหญ่กับห้องนอนเล็กสองห้อง ส่วนโถงนั้นเขาตกแต่งให้เกิดจินตนาการเสมือนว่า อาจจะเป็นที่ให้คุณพ่อแม่ลูกมานั่งเล่น สอนการบ้าน อ่านหนังสือ คุยกันก่อนแยกย้ายเข้าห้องนอน ซึ่งห้องแต่ละห้องก็เก๋ไก๋ไปคนละแบบ

ขนาดพื้นที่ส่วนห้องนอนใหญ่ไม่รวมห้องน้ำและห้องแต่งตัวประมาณ 40 ตารางเมตร

ห้องนอนใหญ่มี walk-in closet ขนาดประมาณ 10 ตารางเมตรเหมาะสำหรับคนที่ชอบแต่งตัว เชื่อมต่อกับส่วนห้องน้ำกว้างขวาง รับแสงธรรมชาติ

จุดเด่นของห้องนอนใหญ่คือ walk-in closet ที่การออกแบบแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในไลฟ์สไตล์ลูกค้าเป็นอย่างดี เพราะคนที่มีบ้านระดับนี้มักมีวิถีชีวิตที่ต้องดูแลเรื่องการแต่งกายมากเป็นพิเศษ ห้องน้ำที่มีขนาดพื้นที่ประมาณ 30 ตารางเมตร กับห้องแต่งตัวที่กว้างขวางจึงน่้าจะตอบโจทย์ได้ดี เช่นเดียวกับห้องนอนขนาดกลางที่ออกแบบให้เข้าใจว่าเป็นห้องนอนของลูกสาว พื้นที่รวมประมาณ 40 ตารางเมตร ไม่ใช่แค่ตกแต่งหวานๆด้วยสีชมพูขาว แต่เป็นเรื่องของฟังก์ชั่นที่มีครบสำหรับไลฟ์สไตล์ของหญิงสาวที่รักสวยรักงาม ส่วนห้องนอนขนาดเล็ก พื้นที่ประมาณ 15 ตารางเมตรที่สมมุติว่าเป็นห้องลูกชายที่มีห้องน้ำในตัว มีขนาดกะทัดรัด แต่ก็ดูลงตัวด้านฟังก์ชั่นการใช้งานไม่แพ้ส่วนอื่นๆ ซึ่งข้อเด่นที่ชัดเจนของบ้านโครงการนี้คือ ทุกห้องได้รับวิวที่ดี และมีแสงธรรมชาติตลอดทั้งวัน คุณภาพการก่อสร้างและตกแต่งที่เห็นจากภายนอก อยู่ในเกณฑ์ดี ออกแบบได้ดูสวยนาน มีรสนิยม ทั้งสัดส่วนอาคาร การจัดวางตัวอาคารลงในพื้นที่ รูปแบบการวางภูมิทัศน์ ในพื้นที่ก่อสร้างขนาดปานกลางได้พอเหมาะพอเจาะ ไม่แน่นหรือโล่งจนเกินไป ส่วนภายในมีระยะพื้นถึงเพดานที่สูงกว่าบ้านปกติ ให้ความรู้สึกโอ่โถงน่าอยู่

ห้องชั้นสองอีกห้องก็มี walk-in closet เช่นกัน นอกจากห้องโล่งโปร่งกว้างขวางแล้ว มีพื้นที่สำหรับจัดเก็บของจุใจ

ห้องนอนทุกห้องมีหน้าต่างที่มองออกไปได้วิวดีทุกห้อง และมีห้องน้ำในตัว

สนนราคาของบ้านในโครงการนี้ก็ตั้งแต่ 29 -60 ล้านบาท ซึ่งหากพิจารณาโดยตัดสินจากประสบการณ์ตรงของครอบครัวดิฉันเอง ที่เคยซื้อบ้านของโครงการชื่อดังแห่งหนึ่งย่านถนนศรีนครินทร์ เมื่อก่อนปี 2540 ในราคาราว 30 ล้านบาท (พื้นที่ 1 ไร่) และในที่สุดก็ทนอยู่ไม่ได้ด้วยเหตุผลว่า “มันไม่น่าอยู่” (อยากรู้ว่าทำไม…วันหลังจะบอกให้ทราบ แต่คิดค่าเปิดปากล้านนึง 555+) จนต้องย้ายมาปลูกบ้านใหม่แถวสุขุมวิท (และบ้านนั้นก็ปล่อยให้คนแถวนั้นเช่าไป) ก็เห็นว่า การซื้อบ้านนาราสิริในทำเลนี้ ราคาประมาณนี้ ด้วยคุณภาพการก่อสร้างและตกแต่งประมาณนี้ …ไม่แพง หากเจ้าของโครงการมีบริการหลังการขายที่ดี รักษาชื่อเสียงของแบรนด์ให้ยาวนานและดีน่าประทับใจเท่ากับวันที่เรามาชมโครงการในวันนี้ต่อไปเรื่อยๆ โครงการ นาราสิริ บางนา น่าจะเป็นหนึ่งในการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณและครอบครัว ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

สุดท้าย….เชื่อไหมคะว่า ตอนขับรถกลับออกมา รปภ. ที่เปิดปิดประตูรั้วหน้าโครงการ ยิ้มให้เราอย่างน่าชื่นใจที่สุด แบบว่า…ถ้าคิดเป็นเงินก็ประมาณ 10 ล้านบาท ทำนองนั้น … พร้อมกับคำอวยพรก่อนจากโดยไม่ลืมสบตาว่า “ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ”

เป็นไงล่ะ…บอกแล้วว่า โครงการนาราสิริ บางนา นี่เขาใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆ

v Srivarathanabul

พิมาดา วีร์ / Pimada V. Deputy-Editor editor@dooqo.com Call: 083 3345353 ----------------------------------- DooQo.com "LUXURY LIFESTYLE INVESTMENT" Dooqo.com เป็นสื่อไลฟ์สไตล์และการลงทุน ในเครือ Hi-Class Media Group

You may also like...