ขอถวายความอาัลัย แต่หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร

ทีมงานกองบรรณาธิการ www.DooQo.com ขอน้อมถวายความอาลัย ต่อการถึงชีพิตักษัยของหม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร (พระธิดาพระองค์เดียวของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุมภฎพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต และหม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร) วันที่ 9 กรกฎาคม 2556 ณ พระตำหนัก Vellera ประเทศฝรั่งเเศส

และขอนำผลงานศิลปะของท่านหญิง มานำเสนอให้ผู้ที่เคารพรักและชื่นชอบในผลงานของท่านได้ชื่นชม เพื่อถวายความอาลัย

 

หมายเหตุ

ภาพผลงานจิตรกรรมชุดนี้ มาจาก เว็บไซต์ www.ArtBangkok.com ซึ่งนำเสนอข่าวงานศิลปะ นิทรรศการ : L’art de Marsi ศิลปิน : หม่อมเจ้าหญิงมารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร เมื่อวันที่ : 18 มกราคม-26 กุมภาพันธ์ 2556 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ

marsi003

 

พระประวัติโดยสังเขป ของ หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร

: ที่มา Pantip.com โดยคุณ Yim (kullayak)

 

หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร  เป็นพระธิดาพระองค์เดียวของพระเจ้า วรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุมภฎพงษ์บริพัตร  กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต และหม่อมราชวงศ์ พันธุ์ทิพย์  บริพัตร

(เดิม เทวกุล)  ประสูติเมื่อวันที่  25  สิงหาคม  พ.ศ. 2474  ณ วังบางขุนพรหม (ปัจจุบันเป็นที่ทำการธนาคารแห่งประเทศไทย)

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศไทยเมื่อปี  พ.ศ. 2475  หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร  ได้ตามเสด็จครอบครัวไปประทับที่ชวา และต่อไปยังประเทศ อังกฤษ ได้มีโอกาสเสด็จเข้าโรงเรียนที่ประเทศอังกฤษก่อนเสด็จกลับประเทศไทย และทรงเข้า ศึกษาต่อที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย  ชั้นประถมปีที่ 4  ในปี พ.ศ. 2483

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2  โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยต้องย้าย สถานศึกษาไปที่อำเภอหัวหิน  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ครอบครัวหม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร  ก็ได้อพยพไปประทับที่บ้านบ่อจืด ซึ่งเป็นตำหนักส่วนพระองค์ของพระบิดาที่ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน  และทรงจักรยานไปโรงเรียนซึ่งอยู่บริเวณพระราชวังไกลกังวลทุกวัน  จนกระทั่ง สงครามสิ้นสุดลงจึงเสด็จกลับกรุงเทพฯ  และมาทรงศึกษาต่อโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยจนจบ มัธยมศึกษาตอนปลาย
กล่าวได้ว่า  ชีวิตในช่วงนั้นของท่านเป็นที่ตื่นเต้นสนุกสนานและประทับพระทัย เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากท่านเป็นคนที่รักธรรมชาติ  โปรดการปีนป่ายต้นไม้และทรงอยู่ในวัยที่
กำลังซน  หัวหินจึงเสมือน  “บ้านที่ 2”  ที่ฝังพระทัยตลอดมาและจะเสด็จไปประทับที่นั่นทุกคราว
ที่มีโอกาส

หลังจากทรงจบการศึกษาในระดับมัธยมปีที่ 6 ที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย แล้ว
ท่านได้เสด็จไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และประเทศสเปน ได้รับปริญญา Docteur ès Lettres สาขาวรรณคดี จากมหาวิทยาลัย ณ กรุงปารีส ในปี พ.ศ. 2497 (หัวข้อวิทยานิพนธ์: Romanticisme Contemporaine) และต่อมาได้ทรงรับปริญญาเอก สาขา ประวัติศาสตร์ศิลปะ จากมหาวิทยาลัยแห่งมาดริด ประเทศสเปน (หัวข้อวิทยานิพนธ์: Bases sociales, technicas y espirituales de la Pintura Paisajista en Chine) ในปี พ.ศ. 2502

ในช่วงต่อมา หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้ทรงสอนวิชาศิลปะโลกตะวัน ออกไกล
ในคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมาดริด และเมื่อเสด็จกลับมาประทับในประเทศไทย ได้เคยไปทรงสอนเป็นอาจารย์พิเศษที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิชาประวัติศาสตร์ศิลปกรรมตะวันตกอยู่พักหนึ่ง

แม้ว่า หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร จะทรงแสดงว่า “มีแวว” ในด้านศิลปะ มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ แต่ก็มิได้เข้าสู่วงการศิลปะอย่างจริงจังจนพระชนมายุราว 30 ปี จึงได้ทรง เริ่มศึกษาด้วยพระองค์เองจากงานศิลปะของบรรดาศิลปินต่างๆ เช่น ได้ทรงรับคำแนะนำในหลัก การวาดภาพจิตรกรรมยุคเรอแนซองซ์ และเทคนิคการใช้สีจากเพื่อนศิลปิน André Poujet และอีกหลายท่าน จนได้ทรงสร้างสรรค์งานศิลปะของพระองค์เองและเข้าร่วมกลุ่มศิลปินใน ประเทศฝรั่งเศส จัดแสดงภาพในนิทรรศการ Salon Comparaisons ณ Musée de l’ Art Moderne ในกรุงปารีส หลายครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2507–2515 และร่วมกับศิลปินกลุ่ม l’ Art Fantastique ในนิทรรศการ Figuratif de l’ Imaginaire Surreal ซึ่งเป็นงานศิลปะที่แสดง อารมณ์ ความนึกคิด และจินตนาการในลักษณะที่ท่านโปรด ในประเทศไทยได้จัดแสดงที่ ในหอศิลป์พีระศรีในกรุงเทพ ฯ เมื่อหอศิลป์พีระศรีสร้างเสร็จใหม่ๆ

ชีวิตส่วนพระองค์นั้น หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร ทรงสมรสกับศาสตราจารย์ชาวฝรั่งเศส
ชื่อ Jacques Bousquet ซึ่งเคยไปทำงานประจำ ณ องค์การ UNESCO กรุงมาดริด ประเทศสเปน อยู่ระยะหนึ่ง แต่เมื่อได้จัดแสดงนิทรรศการศิลปะ ในฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง จึงทรงย้ายไปประทับ ณ กรุงปารีส ต่อมาได้เสด็จไปทรงแสดงภาพ ตามพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ต่าง ๆ ทางใต้ของประเทศฝรั่งเศส และได้เสด็จไปพบเมืองเล็ก ๆ ชื่อ Annot ซึ่งอยู่ในภูเขาบริเวณ Alpes des Haute Provence ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง Nice ก็ทรงตกหลุมรักในเสน่ห์ของเมือง Annot และตัดสินพระทัยไปซื้อที่ดินบนเนินเขานั้น สร้างสตูดิโอ และประทับเป็นตำหนักถาวรที่นั่นตั้งแต่ พ.ศ. 2513 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากงานศิลปะแล้ว หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร โปรดการทำสวน ทั้งสวนครัวและสวนดอกไม้ และโปรดเลี้ยงสัตว์มาก ในบริเวณที่ประทับจึงมีทั้งดอกไม้ ผักหญ้า ลำธาร และบนตำหนักก็จะไม่ขาดสิงห์สาราสัตว์ ทั้งแมว สุนัข และนก นับเป็นนายแบบ และนางแบบกิตติมศักดิ์ให้ทรงใช้ประกอบภาพของท่านอยู่ตลอดมา

เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ตั้งแต่หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร ประชวรลงใน ปี พ.ศ. 2547 ทำให้ท่านไม่ทรงสามารถวาดภาพได้เหมือนเดิม

ก่อนที่จะประชวร ท่านได้ทรงปรารภว่ามีพระประสงค์จะรวบรวมผลงานทั้งหมด ของท่านไว้ด้วยกัน โดยจะสร้างเป็นแกลเลอรีที่เชิงเขาบริเวณตำหนักของท่านที่ Annot เพื่อให้ ผู้ที่สนใจได้มาเยี่ยมชมภาพ และเป็นแหล่งส่งเสริมการศึกษาด้านศิลปะต่อไป ท่านได้ทรงอธิบาย ภาพตามพระประสงค์ต่างๆ เหล่านั้นไว้ ด้วยความร่วมมือของเพื่อนฝรั่งเศสที่ได้เคยช่วยท่าน จัดนิทรรศการมาแล้วหลายครั้ง และเป็นผู้ที่รู้จักงานท่านเป็นอย่างดีชื่อ Michel Steve

บัดนี้ท่านได้ประชวรลงจึงมีพระประสงค์ให้ หม่อมราชวงศ์ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ ลูกพี่ลูกน้องที่ได้เอื้อเฟื้อดูแลท่านอยู่ จัดตั้งมูลนิธิเพื่อดำเนินการต่อไปตามพระประสงค์ โดยเริ่ม จัดแสดงนิทรรศการเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และจะได้จัดแสดงต่อไปตามวาระที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการศึกษางานศิลปะตามที่หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้ตั้งพระทัยไว้

 

You may also like...