THE LEGEND OF THE CHINESE ZODIAC

01.86073_000R_9751_86073_000P_9752_resize

เปิดตัวแนะนำบทประพันธ์อันแสนพิเศษในตำนานที่ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งของคอลเลคชั่น เมทิเยร์ เดอ’ อาร์ต (Métiers d’Art) ที่ล่าสุด วาเชอรอง คอนสแตนติน (Vacheron Constantin) พร้อมเผยโฉม เดอะ เลเจนด์ ออฟ เดอะ ไชนิส โซดิแอค MÉTIERS D’ART THE LEGEND OF THE CHINESE ZODIAC– ซีรีย์ของเรือนเวลาอันน่าหลงใหลที่อ้างอิงถึงรอบหรือวงจร 12-ปี ตามตำนานจักรราศีจีน โดยเริ่มต้นด้วยรุ่น เยียร์ ออฟ เดอะ สเนค (Year of the Snake) ปีแห่งงู สัญลักษณ์แห่งกำหนดการตามธรรมชาติของเวลา, แห่งความเย้ายวนใจชวนหลงใหล และแห่งความประณีตวิจิตรศิลป์

นับตั้งแต่การก่อตั้งในปี ค.ศ. 1755 วาเชอรอง คอนสแตนติน ได้ขับเคลื่อนพลังสร้างสรรค์ในสาขาแห่งเทคนิคการประดับตกแต่งอันล้ำค่า และบ่มเพาะสัมพันธภาพแห่งความหลงใหลเข้ากับศิลปะแห่งงานหัตถศิลป์ ในเวลาต่อมายังได้มอบโอกาสให้กับบ้าน (House) แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาซึ่งถือกำเนิดและตั้งฐานมั่นอยู่ในเจนีวา ได้ร่วมสะท้อนและตอกย้ำความโดดเด่นภายในคุณค่าพื้นฐานของตน – ซึ่งแน่นอน นั่นย่อมหมายรวมถึงความถวิลหาอย่างไม่เคยลดละสู่ความล้ำเลิศ เช่นเดียวกับการเปิดประตูสู่โลกกว้าง ที่แสดงออกผ่านทางแรงสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไขในผลงานเชิงศิลป์ทั้งที่อยู่ในรูปแบบต้นตำรับท้องถิ่นหรือแม้แต่ในรูปแบบสากล

ศิลปะการตัดกระดาษ ณ จุดตัดระหว่างสองวัฒนธรรม

จีน ดินแดนที่ซึ่ง วาเชอรอง คอนสแตนติน ได้เริ่มต้นการบุกเบิกเป็นครั้งแรก และสร้างความสัมพันธ์ขึ้นจากความไว้วางใจมานับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1845 เป็นต้นมานั้น มีชื่อเสียงในเรื่องของการค้นพบมากมาย ซึ่งรวมถึง การประดิษฐ์คิดค้นกระดาษ และยังเป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์ศิลปะของการตัดกระดาษ หรือ เจี้ยนจื่อ (Jianzhi) เทคนิคที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของ ยูเนสโก หรือ ยูเนสโก อินแทงจิเบิล คอลเจอรัล เฮอริเทจ (UNESCO Intangible Cultural Heritage) และเช่นเดียวกับ เชอเร่นชนิตต์ (Scherenschnitt) ซึ่งเป็นศิลปะของการตัดกระดาษยอดนิยมที่ถือกำเนิดขึ้นในเขต เพย์ส เดอ’เอนเอาต์ (Pays d’Enhaut) ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยฝีมือของการตัดเสมือนเป็นการแกะสลักลงในกระดาษตามหลักการของ เจี้ยนจื่อ ออกมาเป็นรูปของเหล่าสรรพสัตว์ตัวแทนของจักรราศีจีนที่ได้สาธิตและแสดงออกให้เห็นถึงศิลปะของการใช้ทั้งพื้นที่ว่างเปล่าและพื้นที่เต็ม ซึ่งนั่นนับเป็นความท้าทายที่ วาเชอรอง คอนสแตนติน ได้ตัดสินใจเลือกและตีความลงสู่อีกหนึ่งสาขาของการประดิษฐ์นาฬิกา ที่ต้องขอบคุณให้กับทักษะของเหล่าศิลปินผู้เปี่ยมด้วยประสบการณ์ของโรงงานแห่งนี้ ทั้งช่างแกะสลักและช่างลงยา ที่ผลัดสลับกันทำงานเป็นคู่ลงบนรุ่น เยียร์ ออฟ เดอะ สเนค นาฬิกาซึ่งประดิษฐ์ขึ้นจากทองพิงค์โกลด์และแพลทินัม พร้อมเผยโฉมเป็นสองซีรีย์ ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 12 เรือนต่อซีรีย์ และมีให้ชื่นชมและจำหน่ายเฉพาะในบูติคของแบรนด์เท่านั้น

สัมพันธภาพอันร่วมสมัยของประเพณีแห่งหัตถศิลป์ สำหรับสร้างสรรค์หน้าปัดอันแสนวิเศษ

ลวดลายใบไม้ที่ปรากฏอยู่บนหน้าปัด และได้ต้นกำเนิดมาจากประติมานวิทยา (iconography) อันคลาสสิคของจีนนั้น คือการเจาะโดยตรงลงในโลหะ ด้วยลวดลายที่ยังคงเป็นแบบกึ่งฝังลง และโดดเด่นขึ้นจากฐานซึ่งเป็นทอง โดยขั้นตอนการสร้างอันบอบบางละเอียดอ่อนของภาพนูนต่ำ เน้นน้ำหนักความโดดเด่นอย่างหลากหลาย ช่วยให้สามารถสร้างมิติแห่งความลุ่มลึกของภาพได้อย่างน่าหลงใหล กลายเป็นใบไม้ที่ยกตัวสูงขึ้น ที่ปรากฏเสมือนกำลังลอยอยู่เหนือหน้าปัด

และแกะสลักรูปงู ที่ซึ่งประดิษฐ์ด้วยมือออกมาเป็นลวดลายตารางของผิวหนังงูเพียงอย่างเดียวนั้น ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 30 ชั่วโมงของการทำงาน เพื่อให้ศิลปินสามารถมอบการแสดงออกที่สามารถจับต้องได้ภายในภาพศิลปะซึ่งอยู่เบื้องหลังของงานสร้างสรรค์ชิ้นนี้

จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการลงยาแบบ กรองด์ ฟู (Grand Feu) เทคนิคที่คิดค้นและสร้างสรรค์ขึ้นในเมืองเจนีวา และเป็นศิลปะอันหาชมได้ยากยิ่งที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ธำรงรักษาไว้อย่างทะนุถนอมโดยเหล่าศิลปิน จากการใช้เทคนิคลงยาในชั้นต่างๆ ตามลำดับต่อเนื่องกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านงานลงยาจะเป็นผู้เนรมิตเสน่ห์ความน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้นให้กับความเข้มข้นของภาพ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าปัดโทนสีน้ำเงินหรือโทนสีทองแดง โดยต้องอาศัยทั้งการควบคุมความหนาแน่นและความเข้มข้นให้คงอยู่ของสี รวมไปถึงปฏิกิริยาเคมีในกระบวนการเผา ที่จะเกิดขึ้นภายในเตาเผาด้วยอุณหภูมิประมาณ 800 ถึง 900 องศาเซลเซียส กว่าจะได้กระบวนการสร้างสรรค์พิเศษเฉพาะนี้ จึงใช้เวลาหลายปีในการคิดค้นเพื่อให้บรรลุถึงผลลัพธ์อันน่าพึงพอใจ และชั้นสุดท้ายของการลงยาจะถูกใช้ ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการเผาครั้งสุดท้าย ซึ่งจะเปลี่ยนให้หน้าปัดกลายเป็นแก้ว และให้ภาพแห่งความเงาวาวเจิดจรัส มอบให้กับความคมชัดและความโดดเด่นที่เพิ่มเติมเข้ามาภายในลวดลายดอกไม้ จากนั้นงู จะค่อยๆ ถูกสร้างรูปขึ้นอย่างละเอียดอ่อนพิถีพิถัน อยู่ ณ ศูนย์กลางหน้าปัด ด้วยท่วงท่าที่ดูเหมือนราวกับว่าพร้อมจะกระโจนฉกผ่านกระจกคริสตัลแซพไฟร์ และนั่นเองที่สร้างภาพอันเย้ายวนใจและโดดเด่นสะดุดตาอย่างแท้จริง

คาลิเบอร์ซึ่งคำนึงถึงพื้นที่กับการแสดงเวลาแบบดั้งเดิม

คอลเลคชั่น เมทิเยร์ส เดอ’ อาร์ต เดอะ เลเจนด์ ออฟ เดอะ ไชนิส โซดิแอค ต้องขอบคุณให้กับขอบเขตอันล้ำเลิศที่ช่วยสะท้อนถึงหัตถศิลป์อันงดงามของกลไก คาลิเบอร์ 2460 จี4 (Calibre 2460 G4) เพื่อให้สอดรับกับประเพณีอันยาวนานของการนำเสนอความหลากหลายของการแสดงเวลาแบบดั้งเดิม วาเชอรอง คอนสแตนติน จึงได้สืบสานศิลปะของการประดิษฐ์นาฬิกา ด้วยการมอบการแสดงเวลาแบบไร้เข็ม ผ่านทางช่องหน้าต่างสี่ช่องที่เผยให้เห็นชั่วโมง, นาที, วัน และวันที่ ตามลำดับ โดยการแสดงชั่วโมงและนาทีนั้นเป็นแบบลาก ขณะที่การแสดงวันและวันที่เป็นแบบกระโดด โดยแต่ละการแสดงจะปรากฏผ่านหนึ่งในช่องหน้าต่างทั้งสี่ช่องที่จัดวางอยู่รอบลวดลายหน้าปัด ณ ตำแหน่งศูนย์กลาง

ด้วยอัตราการทำงานความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง จากกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติที่ติดตั้งด้วยโรเตอร์ทำจากทอง 22 กะรัต ตกแต่งด้วยลวดลายรูปทรงเรขาคณิตอันทรงพลังที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปทรงของ มอลทิส ครอสส์ (Maltese Cross) ตราสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ทุกชิ้นส่วนประกอบยังได้รับการตกแต่งล้ำสมัยแสนพิเศษที่บรรจบกับเกณฑ์การพิจารณาที่กำหนดไว้โดย ฮอลล์มาร์ค ออฟ เจนีวา (Hallmark of Geneva) – หนึ่งในสัญลักษณ์อันทรงเกียรติสูงสุดของหัตถศิลป์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงที่ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1886 และเป็นที่รู้จักทั่วโลก โดยในโอกาสฉลองครบรอบ 125 ปีที่ผ่านมาเร็วๆ นี้ของ ฮอลล์มาร์ค เกณฑ์การพิจารณาดั้งเดิมทั้ง 12 ข้อซึ่งควบคุมความโดดเด่นนี้ได้ถูกปรับปรุงใหม่ จากก่อนหน้านี้ที่เป็นการประยุกต์ใช้พิเศษเฉพาะกับกลไก แต่สำหรับเกณฑ์ ฮอลล์มาร์ค ออฟ เจนีวา ใหม่ในปัจจุบัน จะเป็นการรับรองความล้ำเลิศของนาฬิกาทั้งเรือน

ผลงานรุ่น เยียร์ ออฟ เดอะ สเนค ที่เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่น เมทิเยร์ส เดอ’ อาร์ต เดอะ เลเจนด์ ออฟ เดอะ ไชนิส โซดิแอค ได้รังสรรค์ขึ้นด้วยสัมผัสเฉพาะหนึ่งเดียวของจิตวิญญาณซึ่งครอบครองอยู่ภายในนาฬิกาที่ได้รับการประทับตราสัญลักษณ์แห่งคุณภาพอันทรงเกียรติอย่าง ฮอลล์มาร์ค ออฟ เจนีวา ด้วยคอลเลคชั่นอันแสนพิเศษนี้ วาเชอรอง คอนสแตนติน ตั้งใจที่จะสร้างสรรค์บทประพันธ์อันต่อเนื่องและแสนพิเศษให้กับเหล่านักสะสม รวมถึงผู้ซึ่งอุทิศตนให้กับการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง (Fine Watchmaking)

 

ข้อมูลทางด้านเทคนิค

หมายเลขอ้างอิง : 86073/000P-9752 – แพลทินัม

: 86073/000R-9751 – พิงค์โกลด์

เมทิเยร์ส เดอ’ อาร์ต เดอะ เลเจนด์ ออฟ เดอะ ไชนิส โซดิแอค

นาฬิกา เยียร์ ออฟ เดอะ สเนค

เรือนเวลาที่ได้รับประกาศนียบัตร ฮอลล์มาร์ค ออฟ เจนีวา

คาลิเบอร์  : 2460 G4, พัฒนาและประดิษฐ์ขึ้นโดย วาเชอรอง คอนสแตนติน

พลังงาน : จักรกลไขลานอัตโนมัติ

ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกลไก : 31.00 มม. (11’’’ ¼)

ความหนาของกลไก : 6.05 มม.

ทับทิม : 27 เม็ด

ความถี่ : 4 เฮิร์ตซ (28,800 ครั้งต่อชั่วโมง)

ชิ้นส่วนกลไก : 237 ชิ้น

การแสดง : ชั่วโมง, นาที, วันประจำสัปดาห์ และวันที่

สำรองพลังงาน : ประมาณ 40 ชั่วโมง

ตัวเรือน : แพลทินัม 950 / พิงค์โกลด์ 5N 18 กะรัต

ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง : 40 มม.

หนา : 12.74 มม.

ฝาหลัง : กระจกคริสตัลแซพไฟร์โปร่งใส

การกันน้ำ : ทดสอบ ณ ระดับความกดอากาศ 3 บาร์ (ประมาณ 30 เมตร)

หน้าปัด : ทอง 18 กะรัต แกะสลักด้วยมือ, เคลือบด้วยการลงยา “กรองด์ ฟู” สีน้ำเงิน / สีทองแดง รูปงูแกะสลักด้วยมือจากแพลทินัม 950 / ทอง 5N 18 กะรัต

สาย : สายหนังจระเข้มิสซิสซิปเปียนซิส (Mississippiensis) สีน้ำเงินเข้ม / สีน้ำตาล, ลายตารางสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่, เย็บตะเข็บด้วยมือ, ตกแต่งแบบหลังอาน

ตัวพับล็อค : ตัวพับล็อคแพลทินัม 950 / ทองพิงค์โกลด์ 5N 18 กะรัต สัญลักษณ์กากบาท มอลทิส (Maltese cross) ครึ่งซีก

ผลิตจำนวนจำกัด 12 เรือนสำหรับแต่ละรุ่น

แกะสลักปี “2013” ไว้บนฝาหลังของเรือนเวลาแต่ละเรือน

มีจำหน่ายเฉพาะที่ วาเชอรอง คอนสแตนติน บูติค เท่านั้น

http://www.pendulum.co.th/

v Srivarathanabul

พิมาดา วีร์ / Pimada V. Deputy-Editor editor@dooqo.com Call: 083 3345353 ----------------------------------- DooQo.com "LUXURY LIFESTYLE INVESTMENT" Dooqo.com เป็นสื่อไลฟ์สไตล์และการลงทุน ในเครือ Hi-Class Media Group

You may also like...