สนทนาภาษากระเรียน : วันลอยกระทง

ผ่านไปแล้วสำหรับประเพณีลอยกระทงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนต่างชาติคนหนึ่ง เขาไปเที่ยวงานลอยกระทงมาและมาเล่าให้ฟังว่าเขาชื่นชอบประเพณีของไทยมาก ซึ่งเขาหาไม่ได้ที่บ้านเขา แต่เขาสงสัยว่าอย่างประเพณีนี้เวลาผู้คนไปลอยกระทงกันแล้วใครจะทำความสะอาดแม่น้ำหลังจากวันนั้นผ่านไป ผมก็บอกว่าคงจะมีเจ้าหน้าที่คอยทำความสะอาดแม่น้ำ และนี่ก็เป็นประเพณีทุกปีที่คนไทยมีความสุขและมีความหมายดีมาก เพื่อนผมเขาฟังด้วยความสนใจนะครับ แต่เหมือนเขาจะให้ความสำคัญไปที่ความสะอาดของแม่น้ำมากกว่า (คิดระยะยาวดีนะ)

ถึงตรงนี้ผมต้องฟังเขาแทน เพราะเขาให้เหตุผลในเรื่องระเบียบวินัยในการดูแลสถานที่สาธารณะที่ใช้ร่วมกัน ที่พวกเราแทบไม่ได้นึกถึงสักเท่าไหร่ ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่การไปลอยกระทงและอธิษฐานขอพรในวันนั้นเพียงอย่างเดียว แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือการไปทำความเคารพและขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้เรามีน้ำอุปโภค บริโภค อย่างไม่ขาดแคลน และภาครัฐควรรณณรงค์ให้มีการรักษาความสะอาดให้กับแม่น้ำของเราและควรจะรณณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการรณณรงค์รักษาแม่น้ำลำคลอง ตลอดจนมลภาวะต่างๆไปด้วยเลยก็ยิ่งดีครับ

วันลอยกระทงจะตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ของทุกปี และก็ถือเป็นช่วงส่งท้ายหน้าฝนเพื่อเข้าสู่ต้นหน้าหนาว ในช่วงนี้น้ำจะขึ้นตนเต็มตลิ่ง เมื่อบวกกับแสงจันทร์ที่สว่างเต็มดวง (เมื่อวานใครดูพระจันทร์บ้างครับ? สวยจริงๆ) เมื่อแสงจันทร์ส่องลงมาที่แม่น้ำแล้วก็จะยิ่งทำให้แม่น้ำดูสวยเย็นตามากกว่าทุกวันที่ผ่านมา

ประเพณีลอยกระทงมาจากศาสนาพราหมณ์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้า 3 องค์ คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ต่อมาได้นำพระพุทธศาสนาเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงให้มีการชักโคมเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และลอยโคมเพื่อบูชารอยพระบาทของพระพุทธเจ้า สำหรับประเพณีลอยกระทงของไทยนั้นเชื่อว่าได้สืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยในรัชสมัยของพ่อขุนรามคำแหง เรียกประเพณีลอยกระทงนี้ว่า “พิธีจองเปรียญ” หรือ “การลอยพระประทีป” และมีหลักฐานจากศิลาจารึกหลักที่ 1 กล่าวถึงงานเผาเทียนเล่นไฟว่าเป็นงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย ทำให้เชื่อกันว่างานดังกล่าวน่าจะเป็นงานลอยกระทงอย่างแน่นอน

โดยนางนพมาศ หรือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ สนมเอกของพระร่วงจะคิดค้นประดิษฐ์กระทงดอกบัวขึ้นเป็นคนแรกแทนการลอยโคมดังปรากฎในหนังสือนางนพมาศที่ว่า “ครั้นวันเพ็ญเดือน 12 ข้าน้อยได้กระทำโคมลอย คิดตกแต่งให้งามประหลาดกว่าโคมสนมกำนัลทั้งปวงจึงเลือกผกาเกษรสีต่าง ๆ มาประดับเป็นรูปกระมุทกลีบบานรับแสงจันทร์ใหญ่ประมาณเท่ากงระแทะ ล้วนแต่พรรณดอกไม้ซ้อนสีสลับให้ป็นลวดลาย…” เมื่อสมเด็จพระร่วงเจ้าได้เสด็จฯ ทางชลมารค ทอดพระเนตรกระทงของนางนพมาศก็ทรงพอพระราชหฤทัย จึงโปรดให้ถือเป็นเยี่ยงอย่าง และให้จัดประเพณีลอยกระทงขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยให้ใช้กระทงดอกบัวแทนโคมลอย พิธีลอยกระทงจึงเปลี่ยนรูปแบบตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ในปัจจุบันมีการจัดงานลอยกระทงทุก ๆ จังหวัด ซึ่งจะมีกิจกรรมแตกต่างกันไปในแต่ละสถานที่ แต่กิจกรรมที่มีเหมือน ๆ กันก็คือ การประดิษฐ์กระทง โดยนำวัสดุต่าง ๆ ทั้งหยวกกล้วย ใบตอง มาประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ ธูป เทียน เครื่องสักการบูชา ให้เป็นกระทงที่สวยงาม ภายหลังมีการใช้วัสดุโฟมที่สามารถประดิษฐ์กระทงได้ง่าย แต่จะทำให้เกิดขยะที่ย่อยสลายยากขึ้น จึงมีการรณรงค์ให้เลิกใช้กระทงโฟมเพื่อพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ก่อนจะมีการดัดแปลงวัสดุทำกระทงให้หลากหลายขึ้น เช่น กระทงขนมปัง กระทงกระดาษ กระทงพลาสติกชนิดพิเศษ เพื่อให้ย่อยสลายง่ายและไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยกันรณณรงค์นะครับ เราอยู่ในแผ่นดินเดียวกัน เกิด เติบโตและจากไปก็บนแผ่นดินเดียวกัน อะไรที่จะเป็นการช่วยส่วนรวมได้ก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อให้แม่น้ำ ลำคลอง สะอาดให้ลูกหลานได้มีไว้ใช้ต่อไปนะครับ

ด้วยความปราถนาดี

v Srivarathanabul

พิมาดา วีร์ / Pimada V. Deputy-Editor editor@dooqo.com Call: 083 3345353 ----------------------------------- DooQo.com "LUXURY LIFESTYLE INVESTMENT" Dooqo.com เป็นสื่อไลฟ์สไตล์และการลงทุน ในเครือ Hi-Class Media Group

You may also like...