สนทนาภาษากระเรียน : ลกซุนบัณฑิตหนุ่มผู้สยบมังกร

ชื่อของลกซุนนี้ อาจยังไม่เป็นที่คุ้นเคยของผู้ที่ไม่ได้ติดตามสามก๊กในช่วงหลังๆเท่าไหร่ แต่ผู้ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของวรรณกรรมเรื่องนี้ ย่อมต้องเคยได้ยินได้ฟังถึงเรื่องราวของลกซุนมาไม่มากก็น้อย วันนี้กระเรียนก็จะขอเล่าถึงเรื่องของเขา และแนวคิดของบัณฑิตหนุ่มผู้นี้ว่ามีความสำคัญต่อก๊กง่อขนาดไหน เพื่อเป็นแนวคิดแฝงความบันเทิงแด่นักบริหารรุ่นใหม่นะครับ

ลกซุน มีชื่อรองว่าป้อเอี๋ยน เขาเกิดที่เมืองง่อกุ๋น อาศัยอยู่กับปู่ชื่อว่าลกของ แต่หลังจากที่ลกของมีปัญหากับอ้วนสุด เขาจึงพาหลานชายหนีภัยมายังแคว้นง่อ เมื่อเริ่มโตขึ้นหน่อยลกซุนก็ได้เข้ารับราชการเป็นเพียงแค่สมียนเท่านั้น แต่ลกซุนก็ค่อยๆแสดงความสามารถออกมาจนเข้าตาซุนกวนและได้แต่งงานกับลูกสาวของซุนเซ็กพี่ชายของซุนกวนผู้ครองแคว้นกังตั๋ง

เรื่องราวของลกซุนมาเด่นดังมากที่สุดในตอนที่ซุนกวนวางแผนจะยึดเกงจิ๋วคืนจากฝ่ายเล่าปี่ ซึ่งขณะนั้นมีกวนอูเป็นผู้รักษาเมืองอยู่ ทางฝ่ายซุนกวนมีลิบองซึ่งรบติดพันกับกวนอูแต่ก็ไม่รู้แพ้ชนะกัน จนลิบองเริ่มป่วยเพราะไม่รู้จะจัดการกับกวนอูได้อย่างไร ก็คิดจะไปลาซุนกวนเพื่อไปรักษาตัวที่เกี๋ยนเงียบ เมื่อลกซุนรู้เรื่องจึงรีบไปพบลิบองและกล่าวว่า กวนอูได้สอดแนมเรื่องราวของฝ่ายเรามาตลอด และยังคอยที่จะหาโอกาสโจมตีอยู่เสมอ หากลิบองลาไปตอนนี้ก็เห็นทีกังตั๋งจะถึงคราวล่มสลายแน่ ทำไมจึงไม่คิดแผนการโจมตีก่อน ลิบองจึงตอบว่าที่ท่านกล่าวมานี้ถูกแล้ว แต่ตอนนี้เราป่วยอยู่จะทำอะไรก็ไม่ถนัดนัก ฝ่ายลกซุนจึงตอบว่า ที่จริงการจัดการกับกวนอูไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะกวนอูเป็นคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีของตนเอง และมักชอบดูถูกคนอื่น ในตอนนี้กวนอูไม่เห็นพวกเราในสายตา และคิดแต่จะบุกวุยก๊กอย่างเดียว เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ระวังฝ่ายเราสักเท่าไหร่ ถ้าเราฉวยโอกาสนี้โจมตีตอนที่กวนอูไม่ทันระวังตัว เกงจิ๋วก็เห็นจะได้โดยง่าย เมื่อลิบองได้ฟังดังนั้นก็ดีใจ

จากนั้นลกซุนก็เขียนจดหมายไปยกยอกวนอู จนทำให้กวนอูเหลิงและคิดว่าฝ่ายซุนกวนไม่มีน้ำยาสักเท่าไหร่ จึงยกไปตีวุยอย่างไม่ระแวงตามที่ลกซุนว่าไว้จริง แต่ก่อนไปกวนอูก็ให้ทหารสร้างป้อมไว้ส่งสัญญาณเวลาข้าศึกบุกโจมตี แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหากับบัณฑิตหนุ่มจากง่อแต่อย่างใด ลกซุนได้วางอุบายให้ทหารแต่งเป็นพ่อค้าแล้วใช้สินบนยัดแก่ทหารรักษาป้อมจนเหล่าทหารเผลอ ก็ทำการยึดป้อมได้สำเร็จ ลกซุนวางแผนให้ทำเช่นนี้ทุกป้อมจนยึดได้หมด และสามารถยึดเกงจิ๋วคืนมาได้ อีกทั้งยังสามารถวางแผนจับตัวกวนอูมาได้สำเร็จในภายหลังอีกด้วย

หลังจากนั้นเมื่อเล่าปี่ตั้งตนเป็นฮ่องเต้แห่งเสฉวนได้แล้วก็ยกทัพมาแก้แค้นให้กวนอูในศึกอิเหลง มีกำลังพลถึง 700,000 กว่าคน เมื่อทางฝ่ายซุนกวนรู้ข่าวก็แทบเป็นลมสิครับงานนี้ อีกทั้งลิบองก็ได้ตายไปแล้วด้วย แต่ขุนนางง่อที่ชื่องำเต๊กได้เสนอชื่อลกซุนขึ้นมาอีกครั้ง และครั้งนี้เองลกซุนก็ได้รับการการันตีว่าเปรียบได้กับจิวยี่แม่ทัพใหญ่เสือสำอางแห่งชีสองของแคว้นง่อ ซุนกวนเห็นด้วยจึงแต่งตั้งลกซุนให้เป็นแม่ทัพใหญ่ไปปราบเล่าปี่ทันที ท่ามกลางเสียงคัดค้านของเหล่าขุนนางและเหล่านายทัพนายกอง เพราะลกซุนยังหนุ่มเกินไปที่จะทำงานใหญ่นี้ แต่ซุนกวนก็ยังยืนยันตั้งลกซุนเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งง่อแถมมอบกระบี่อาญาสิทธิ์ให้ด้วย เมื่อลกซุนเจอสถานการณ์ที่ฝ่ายเดียวกันไม่ยอมรับ เขาจะทำอย่างไร เรามาติดตามต่อกันเลยครับ

เมื่อลกซุนมาประจำตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ เหล่าขุนศึกต่างก็ไม่ยอมรับในฝีมือและวัยวุฒิของเขา และดึงดันที่จะออกรบกับเล่าปี่ให้แตกหักให้ได้ แต่ลกซุนก็ใช้กระบี่อาญาสิทธิ์ขู่เหล่าแม่ทัพนายกองจนต้องทำตามคำสั่งของเขา ลกซุนวางแผนโดยให้ทัพของตนอยู่เฉยๆ ไม่สนใจต่อการด่าทอของทหารฝ่ายเล่าปี่ เมื่อย่างเข้าหน้าร้อน กองทัพฝ่ายเล่าปี่ก็เริ่มขาดน้ำ เล่าปี่จึงสั่งให้ย้ายค่ายไปตั้งเรียงรายใกล้ลำธารเพื่อให้เหล่าทหารได้คลายร้อน ค่ายของเล่าปี่ทั้ง 7 แสนคนตั้งยาวเหยียดดูน่าสะพรึงกลัวต่อฝ่ายตรงข้ามยิ่งนัก แต่ลกซุนบัณฑิตหนุ่มผู้กำลังจะสยบมังกรกลับหัวเราะร่าแล้วกล่าวกับขุนทหารของตนว่า บัดนี้ถึงเวลาของการเผด็จศึกกับเล่าปี่แล้ว และบอกแผนการที่เขาตระเตรียมไว้มาตลอดเวลาออกมาให้เหล่าขุนศึกฟัง เมื่อได้ฟังเหล่าแม่ทัพนายกองต่างก็ทึ่งในความคิดของลกซุน และเกิดความศรัทธาขึ้นในใจทันที ตรงข้ามกับฝ่ายเล่าปี่ที่ชะล่าใจว่าเด็กน้อยลกซุนคงไม่มีพิษสงใดๆมาต่อกรกับตน เล่าปี่ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่คิดเหมือนกวนอูว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่มีฝีมือพอที่จะเป็นคู่ปรับของตน และเขาก็ได้รับบทเรียนอันเจ็บปวดที่สุดในชีวิต เมื่อลกซุนอาศัยชัยภูมิที่ดี ภูมิอากาศที่แห้งแล้ง อีกทั้งการจัดค่ายของเล่าปี่ที่ตั้งค่ายยาวตลอดริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งผิดหลักพิชัยสงครามอย่างชัดเจน เมื่อแผนที่ถูกร่างส่งไปถึงมือขงเบ้งที่ฮันต๋ง ขงเบ้งถึงกับตบอกผาง แล้วสั่งให้ทหารรีบไปนำตัวผู้เสนอแนะให้เล่าปี่ตั้งค่ายยาวเลียบแม่น้ำไปตัดหัว แต่ม้าเร็วก็แจ้งให้ขงเบ้งทราบว่า ผู้ที่ออกคำสั่งให้ตั้งค่ายเลียบฝั่งแม่น้ำคือตัวของพระเจ้าเล่าปี่เอง ขงเบ้งก็ถึงกับชะงักและกล่าวว่าเห็นทีทัพทั้ง 7 แสนของเล่าปี่คงจะพินาศลงในครั้งนี้

เหตุการณ์เป็นดั่งที่ขงเบ้งคาดไว้ทุกประการ เพราะลกซุนส่งทหารให้ลอบโจมตีกลางดึก โดยให้ทหารยิงธนูเพลิงใส่ค่ายเว้นค่าย และอาศัยแรงลมเป็นตัวช่วยกระพือไฟให้ลุกลาม และให้กองทัพบุกโจมตีทันที เล่าปี่ที่ไม่ทันตั้งตัวจึงหมดทางแก้ไขอะไรได้ทัน และต้องหนีตาย (แต่ก็ไปตายอยู่ดี) ไปเมืองเป๊กเต้เสีย และก็สิ้นพระชนม์ที่นั่น

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ทุกท่านคิดเหมือนผมไหมครับ ความคิดแรกที่แว่บเข้ามาก็คือ คำว่าคลื่นลูกใหม่ย่อมกลบคลื่นลูกเก่า ก็ยังคงเป็นสัจธรรมอยู่เสมอในทุกยุคทุกสมัย นักบริหารรุ่นใหม่ในสมัยนี้แม้ประสบการณ์อาจจะยังอ่อนอยู่ แต่พวกเขาก็มีสิ่งที่มาทดแทน นั่นคือความรู้ในการตลาดโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ นักบริหารรุ่นใหม่ไฟแรงที่สามารถเรียนรู้ในเรื่องเทคโนโลยี และทันต่อสถานการณ์ต่างๆ ก็ย่อมที่จะวางแผนการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพและใช้ต้นทุนต่ำกว่ายุคเก่า บางครั้งผู้บริหารรุ่นเก่าอาจจะประมาทฝีมือเด็กรุ่นใหม่ และยิ่งเมื่อเจอคนรุ่นใหม่ที่ยกยอเก่งด้วยแล้ว บางทีก็อาจพลั้งเผลอลืมปิดจุดอ่อนของตัวเอง และทำให้ถูกโจมตีที่จุดอ่อนนั้นได้ ในขณะเดียวกันผู้บริหารวัยเยาว์ก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลในการสร้างความน่าเชื่อถือต่อผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งเขาต้องพยายามหาทางแก้ไขจากภายในองค์กรให้ได้ก่อน เพราะหากทำไม่ได้ นั่นหมายถึงความน่าเชื่อถือก็จะหายไปจนไม่มีใครเชื่อฟังคำสั่ง และท้ายที่สุดก็จะไม่สามารถรวมใจของทุกคนให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ แต่หากทำได้ผู้บริหารรุ่นใหม่เหล่านั้นก็สมควรได้รับฉายาว่าเป็นแม่ทัพลกซุน ผู้พิชิตมังกรได้เช่นกันครับ

ด้วยความปรารถนาดี

v Srivarathanabul

พิมาดา วีร์ / Pimada V. Deputy-Editor editor@dooqo.com Call: 083 3345353 ----------------------------------- DooQo.com "LUXURY LIFESTYLE INVESTMENT" Dooqo.com เป็นสื่อไลฟ์สไตล์และการลงทุน ในเครือ Hi-Class Media Group

You may also like...