สนทนาภาษากระเรียน : อยากเล่นหุ้น ต้องรู้เทคนิค

สวัสดีครับนักลงทุนทุกท่าน ตอนนี้กระแสเงิน Fund Flow ก็พัดเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับทะยานไปกว่าพันจุดไปในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ก็ต้องเริ่มระมัดระวังกันบ้างแล้วนะครับกับการปรับฐานของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง ล่าสุดก็หลุดลงมาที่ระดับ 29.60 บาท/USD เข้าไปแล้ว ( ผมเคยพูดเรื่องค่าเงินบาทมาแล้วว่ามันน่าจะแข็งค่าไปที่ 29.40 – 29.50 บาท/USD และถ้ายังแข็งค่าต่อไปอีกอาจจะได้เห็นแถวๆ 29.10 – 29.20 บาท/USD ในคอลัมภ์สนทนาภาษากระเรียน ตอนที่ 30 ตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค. 53)

สิ่งเหล่านี้ผมวิเคราะห์ได้จากทฤษฎีทางเทคนิคัล ซึ่งที่ผ่านมาก็ถือว่าให้ผลได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความพยายามฝึกฝนอย่างหนักและต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี เพราะ Pattern ของกราฟต่างๆมีหลากหลายรูปแบบที่ต้องจดจำและทำความเข้าใจ รวมทั้งทฤษฎีต่างๆของการใช้เครื่องมือ (Indicator) ในการวิเคราะห์ ซึ่งมันเป็นเรื่องค่อนข้างยากต่อการศึกษา แต่ถ้าเข้าใจแล้วมันก็เป็นเรื่องที่สนุกดีทีเดียว และเมื่อนำมาผนวกเข้ากับปัจจัยพื้นฐานเข้าด้วยแล้ว ก็จะทำให้เรามองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นักลงทุนบางท่านเข้าตลาดฯมาโดยไม่มีความรู้ความเข้าใจในตัวหุ้น แล้วลงทุนเหมือนๆกับการพนัน น่ากลัวนะครับ!! หากคิดแบบนี้ ลองคิดกันดูครับว่า สมมุติว่าเราจะทำธุรกิจอะไรขึ้นมาสักอย่าง แล้วเราไม่รู้ขั้นตอนของการทำงาน, ไม่รู้จัก Suppliers, ไม่รู้จักตัวผลิตภัณฑ์อย่างดี, ไม่รู้ว่าเขาผลิตกันอย่างไร ผลิตแล้วจะเก็บรักษาสินค้าอย่างไร, ไม่มีฐานลูกค้าในมือ เป็นต้น แล้วเราจะสามารถดำเนินกิจการอย่างมีกำไรได้ยังไงกัน!!! จริงไหมครับ?

หรืออย่างนักพนันตัวยง ตัวจริงเสียงจริงก็เช่นเดียวกัน ก่อนเขาจะเล่นพนัน (สมมุติว่าจะพนันฟุตบอล) เขาก็ต้องรู้ก่อนว่า จะเล่นทีมอะไร, เพราะอะไรถึงจะเล่นข้างทีมนี้, ผู้จัดการทีมเป็นใคร, นักเตะเก่งไหม, อันดับตารางอยู่ที่เท่าไหร่, อัตราต่อรองเป็นอย่างไร เป็นต้น ก็เช่นเดียวกันกับการลงทุนในตลาดหุ้น ถ้าเราอยากเข้ามาเป็นนักลงทุนแล้วเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหุ้นเลย ก็คงไม่มีทางได้กำไรอย่างสม่ำเสมอได้ สิ่งที่ควรทำก่อนเข้ามาในตลาดฯก็คือ การศึกษาหาความรู้ด้านการลงทุนให้ถ่องแท้เสียก่อน ผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างตัวเองสักหน่อยนะครับ เมื่อสมัยก่อนที่ผมจะเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น ผมเคยดูละครช่อง 3 เป็นละครฮ่องกง เรื่อง เกมเจ้าพ่อตลาดหุ้น (10 กว่าปีมาแล้ว) พระเอกเป็นนักลงทุนที่ตอนแรกมีแต่ความล้มเหลวตลอด แต่หลังจากนั้นเขาหมั่นฝึกฝนจนเก่ง ท้ายที่สุดก็ร่ำรวยมหาศาลจากหุ้น ละครเรื่องนี้ผมถือว่าเป็นตัวจุดประกายของผมเลยทีเดียว หลังจากนั้นผมก็อยากรู้ว่าหุ้นมันเล่นกันยังไง และไปหาซื้อหนังสือมาเป็นตั้งๆ จนเพื่อนฝูงถามว่าจะไปซื้อทำไมมาตั้งเยอะแยะ ผมก็ตอบไปว่า นี่แหละคือการลงทุนขั้นต้น นั่นคือการลงทุนเพื่อหาความรู้ในหลักการลงทุนที่เราสนใจ อย่างหนังสือของ ดร.นิเวศน์ ผมอ่านแค่วันเดียวก็จบแล้ว (อ่านทั้งวันทั้งคืน) หรืออย่างหนังสือคัมภีร์หุ้น ของคุณโสภณ ผมก็อ่านแค่ 3 วัน หรืออย่างหนังสือลงทุนหุ้นเงา พันเท่าแค่เอื้อม ของคุณเฟยหง (นี่ก็เป็นเพื่อนกับกระเรียนในพันทิพย์) ผมก็อุดหนุนมาอ่านใช้เวลาวันเดียวจบ และอีกวันอ่านซ้ำ และมีหนังสือจากตลาดหลักทรัพย์อีกพะเรอเกวียนที่ผมอ่านผ่านตามาแล้ว

ทีนี้ก็เริ่มได้ยินชื่อวอร์เรน บัฟเฟต ว่าเป็นนักลงทุนอันดับหนึ่งของโลก ก็อยากรู้ว่าเขามีแนวคิดยังไง ก็ไปหาหนังสือที่เกี่ยวกับเขามานั่งอ่าน รวมทั้งหนังสือของนักลงทุนอีกหลายท่านทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ผมก็ไปเที่ยวซื้อมาอ่านจนเต็มตู้ใบใหญ่ที่บ้าน แล้วยังไม่พอใจก็ไปสอบพวกใบอนุญาตการเป็นนักวิเคราะห์ จนสอบได้ แต่ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่มีความรู้มากพออยู่ดี แต่ก็เริ่มเข้าตลาดฯมาลงทุนตามแบบที่ตัวเองคิด แต่ผลออกมาก็คือหงายหลังไม่เป็นท่า ผมจึงคิดว่ามันยังขาดอะไรอยู่อีกนะ ในที่สุดก็รู้ตัวเองว่าในเรื่องของปัจจัยพื้นฐานเรารู้มากแล้ว แต่นิสัยของตัวเองไม่ชอบถือหุ้นยาวหลายๆปี แต่ชอบเล่นเป็นรอบๆมากกว่า ก็เลยรู้ว่าสิ่งที่ขาดก็คือ “ความรู้ด้านปัจจัยเทคนิค” นั่นเอง แต่ก็ถือเป็นความโชคดีอย่างประหลาดของผมเหมือนกันนะครับ ผมได้มีโอกาสรู้จักกับปรมาจารย์ด้านเทคนิคท่านหนึ่ง ซึ่งท่านก็ได้ให้ความรู้ด้านเทคนิคกับผมอย่างเต็มที่จริงๆ แรกๆผมก็ไม่รู้เรื่อง สับสนตลอดจนท่านระอา แต่ผมก็พยายามฝึกตัวเองทุกวัน จนวันหนึ่งมันก็คลิกของมัน ทีนี้ก็เริ่มสนุกกับการลงทุนจริงๆจังๆแล้ว และยิ่งเรารู้แนวโน้มของหุ้นด้วยก็ยิ่งสนุก และก็สนุกมาจนทุกวันนี้ครับ

ที่เขียนเล่าเรื่องนี้ในสัปดาห์นี้ เพราะอยากจะบอกท่านที่สนใจว่า การเป็นนักลงทุนที่ดีและประสบความสำเร็จได้ ก็เหมือนกับการทำธุรกิจครับ คุณต้องเต็มที่กับมันจริงๆ และต้องหมั่นใฝ่รู้อยู่เสมอ เพราะการลงทุนเป็นเรื่องยากจริงๆ เพราะถ้าเป็นเรื่องง่าย นักลงทุนก็คงไม่เคยได้ยินคำว่า ในตลาดหุ้น คนได้กำไรจะมีเพียง 1-2 คนจาก 100 คนเท่านั้น จริงไหมครับ? และที่สำคัญที่สุดก็คือการเรียนรู้วิธีการลงทุนมาอย่างถูกวิธี และผู้สอนพร้อมจะเปิดให้หมดเปลือกด้วย นั่นจึงจะทำให้คุณสามารถเป็น 1 ใน 100 ได้ครับ

ด้วยความปรารถนาดี

v Srivarathanabul

พิมาดา วีร์ / Pimada V. Deputy-Editor editor@dooqo.com Call: 083 3345353 ----------------------------------- DooQo.com "LUXURY LIFESTYLE INVESTMENT" Dooqo.com เป็นสื่อไลฟ์สไตล์และการลงทุน ในเครือ Hi-Class Media Group

You may also like...