สนทนาภาษากระเรียน : ภาคมังกรการลงทุน ตอนโจยอยฮ่องเต้ผู้ปรีชา

สวัสดีครับนักลงทุนทุกท่าน ในสัปดาห์นี้กระเรียนก็กลับมาเล่าเรื่องราวของสามก๊ก มังกรการลงทุนกันต่อนะครับ หลังจากเลี้อยไปเลื้อยมาไปเขียนเรื่องอื่นอยู่ 3-4 อาทิตย์ (ข้ออ้างฟังไม่ขึ้นจริงๆ) แต่เอาน่าครับ หยวน (ซื่อไข่) กันหน่อยก็แล้วกัน ยังไงกระเรียนก็กลับมาเขียนแล้วในสัปดาห์นี้ ขอเชิญทุกท่านล้อมวงเข้ามาใกล้ๆ ผมจะแจกไพ่!! เอ้ยจะเล่าประวัติศาสตร์สามก๊กให้ทุกท่านได้ดื่มด่ำกับอรรถรสในมังกรการลงทุน สไตล์กระเรียนกัน ณ บัดนี้ครับ

สำหรับสัปดาห์นี้กระเรียนนึกถึงฮ่องเต้โจยอย (Cao Rui หรือ 曹叡) จักรพรรดิ์แห่งแคว้นวุยก๊ก ผู้ซึ่งเป็นโอรสของโจผี เป็นนัดดาของโจโฉ ที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง ฮ่องเต้โจยอย หรืออีกพระนามหนึ่งคือ สมเด็จพระจักรพรรดิเว่ยหยวงซง เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อมีพระชนมายุเพียง 21 พรรษา หลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าโจผีในราวๆปี ค.ศ. 226 พระองค์นับว่าถูกทดสอบแทบจะทันทีที่ขึ้นครองราชย์เลยนะครับ เนื่องจากก๊กของจ๊กซึ่งมีขงเบ้งเป็นเสธฯบัญชากองทัพฮันต๋งอยู่เห็นว่าแผ่นดินวุยเพิ่งจะผลัดเปลี่ยนได้ไม่นาน ความเชื่อถือต่อฮ่องเต้องค์ใหม่ยังไม่มากนัก แถมฮ่องเต้ยังละอ่อนอยู่ ถ้าไม่ยกทัพไปยึดตอนนี้สืบไปถ้าเข้มแข็งขึ้นมาจะยากแก่การยกทัพไปปราบ แต่ขงเบ้งก็ขัดใจอยู่ประการเดียวคือสุมาอี้ อิกคิวซังแห่งวุยผู้ซึ่งเป็นหนามหยอกใจขงเบ้งมาโดยตลอด ก็พอดีม้าเจ็กเข้ามาปรึกษาราชการและได้เสนอแผนใส่ร้ายสุมาอี้ว่าจะซ่องสุมกำลังเพื่อโค่นโจยอย ซึ่งก็ได้ผล!!

ขณะนั้นพระเจ้าโจยอยยังทรงพระเยาว์ พอได้ยินข่าวลือบวกกับคำเท็จทูลจากขุนนางใกล้ตัวที่ไม่ชอบหน้าสุมาอี้นัก จึงได้ปลดสุมาอี้ออกและให้กลับไปเลี้ยงหลานที่บ้านเกิด ถ้าเปรียบเป็นการบริหารธุรกิจนี่นับเป็นความผิดพลาดที่สำคัญยิ่งของผู้บริหารวัยเยาว์ ในด้านของวุฒิภาวะและการตัดสินใจเลยนะครับ เพราะหลังจากที่ปลดสุมาอี้ออกแล้ว ขงเบ้งก็ยกทัพบุกวุยทันที และไล่ยึดเมืองสำคัญๆมาตลอดทางจนแคว้นวุยเริ่มระส่ำระสาย โจจิ๋นผู้เป็นแม่ทัพก็ไม่ใช่คู่ปรับที่ทัดเทียมกับขงเบ้ง สถานการณ์ในวุยเริ่มเข้าขั้นวิกฤติขึ้นทุกทีๆ จนพระเจ้าโจยอยหนักใจและเรียกประชุมขุนนางเป็นการด่วนเพื่อหาทางรับมือกับกองทัพจ๊ก ในที่สุดมีผู้เสนอชื่อสุมาอี้ให้กลับมาเข้าร่วมประกวด AF อืม….ลืมๆไปเถอะครับเวลาผมใส่มุข ฮา…. เอาใหม่!! ในที่สุดมีผู้เสนอให้สุมาอี้กลับมาคุมกองทัพเพื่อพิชิตทัพขงเบ้ง ซึ่งพระเจ้าโจยอยก็ทรงรับฟังและรับสั่งให้แต่งตั้งและตามตัวสุมาอี้มาเข้าเฝ้าในทันที ผมชอบพระเจ้าโจยอยจริงๆก็ตรงนี้แหละครับ เพราะแม้ว่าพระเจ้าโจยอยจะทรงเป็นฮ่องเต้ เมื่อตรัสแล้วย่อมไม่คืนคำ แต่เพื่อความอยู่รอดของบ้านเมือง พระเจ้าโจยอยก็ทรงเลือกที่จะใช้คนให้ถูกกับงาน (put the right man in the right job) และยอมกลับพระทัยตั้งให้สุมาอี้กลับมาทำหน้าที่แม่ทัพแห่งวุย อันนี้เป็นแนวคิดที่สำคัญมากของนักบริหารหรือนักลงทุนทีเดียวนะครับ เมื่อเห็นว่าการตัดสินใจอะไรไปแล้ว และเหตุการณ์เกิดเปลี่ยนแปลงจนทำให้องค์กรเสียหาย ก็จะรีบทำการแก้ไขให้ถูกต้องเสียใหม่ในทันทีโดยไม่กลัวเสียหน้า หรือนักลงทุนที่บางครั้งเมื่อตัดสินใจซื้อหุ้นตัวใดตัวหนึ่งไปแล้วเกิดผิดทางขึ้น ก็จะรีบทำการแก้ไขปรับพอร์ตโดยด่วน ไม่รอให้ขาดทุนหนักๆจนยากต่อการแก้ไขได้ง่าย ถ้านักลงทุนท่านใดที่กำลังเห็นว่าทิศทางที่ลงทุนอยู่เกิดผิดพลาดไป ถ้านึกอะไรไม่ออกก็ขอให้นึกถึงการตัดสินใจของพระเจ้าโจยอยดูสิครับ บางทีท่านอาจจะสามารถตัดสินใจแก้ไขอะไรได้ง่ายขึ้น อย่าปล่อยให้ดินพอกเป็นหางหมูนะครับ เพราะถึงตอนนั้นกว่าจะคิดแก้อะไรก็ยากเกินไปหรือบางครั้งก็สายเกินไปเสียแล้ว

ในการศึกครั้งหนึ่งฝ่ายจ๊กก๊กได้ส่งคนไปชักชวนให้ซุนกวนร่วมกันตีวุยก๊ก เมื่อชนะแล้วก็จะแบ่งแผ่นดินกัน ทางฝ่ายซุนกวนก็เนื้อเต้นเห็นว่าเวลานี้เสือสองตัวคือขงเบ้งกับสุมาอี้กำลังตะลุมบอนกันอยู่ ฝ่ายพระเจ้าโจยอยก็ยังไม่เคยเห็นฝีไม้ลายมือเท่าใดนัก แถมอายุก็ยังรุ่นหนุ่มกระทง ประสบการณ์การบัญชารบอะไรก็ไม่เคยเห็น ซุนกวนเมื่อคิดได้ดังนั้นก็รับปากฝ่ายขงเบ้งพร้อมยกทัพเรือไปตีวุยทันที แต่การณ์หาเป็นดังนั้นไม่ ส่วนการณ์จะเป็นอย่างไรก็ขอเชิญติดตามอ่านกันต่อในสัปดาห์หน้า แต่ว่ากระเรียนเห็นว่าหากยกไปสัปดาห์หน้าคงจะโดนนักอ่านที่กำลังเพลินอยู่เอาดอกไม้มาดักให้น่ะสิครับ (คงไม่ใช่ดอกกุหลาบแหง) เอาหล่ะ!! เพื่อไม่ให้ทุกท่านต้องเสียเงินซื้อดอกไม้และเสียเวลาเอามาดักให้ (555) ก็ขอเชิญล้อมวงและหยุดหาวเพื่อมาฟังกันต่อได้เลยครับ

ฝ่ายพระเจ้าโจยอยเมื่อทรงทราบว่าซุนกวนยกทัพมารุกรานก็รีบเตรียมกองทัพเรือยกไปเมืองหับป๋าด้วยพระองค์เอง และสามารถโจมตีกองทัพของพระเจ้าซุนกวนจนแตกพ่ายยับเยิน (ผมมองว่าที่ซุนกวนแพ้ครั้งนี้เนื่องจากประเมินฝีมือของโจยอยต่ำเกินไป เพราะนึกว่าไม่มีฝีมือในการนำทัพ) ตรงนี้ก็มีแนวคิดอีกนะครับว่า การทำธุรกิจหรือการลงทุนยิ่งในสมัยนี้ นักธุรกิจหรือนักลงทุนรุ่นใหม่ๆหลายคนมีฝีมือที่คนรุ่นเก่าไม่ควรประมาทอย่างยิ่ง อย่างน้อยนักธุรกิจหรือนักลงทุนรุ่นใหม่ก็จะมีความรู้ความสามารถในด้านเทคโนโลยีดีกว่าคนรุ่นเก่า และการแข่งขันในโลกปัจจุบันก็ชนะกันด้วยความเร็ว ใครมีข้อมูลข่าวสารเร็วกว่าก็ได้เปรียบมากกว่าครึ่ง ตรงนี้เมื่อมองอีกมุมหนึ่งก็จะเห็นสัจธรรมอย่างหนึ่งจริงๆนะครับ ว่าคลื่นลูกใหม่ย่อมทับคลื่นลูกเก่า และพระเจ้าซุนกวนก็ประสบกับสัจธรรมในข้อนี้ด้วยพระองค์เอง

หลังจากชนะทัพง่อก๊กของพระเจ้าซุนกวนแล้ว พระเจ้าโจยอยก็ทรงหยั่งได้ถึงศึกอีกด้าน ว่าแม่ทัพสุมาอี้ที่กำลังใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวจากกองทัพของขงเบ้งอยู่นั้น ณ ตอนนี้ขุนศึกต่างๆเริ่มทนไม่ไหวกับการออกมาเยาะเย้ยถากถางหน้าค่ายสุมาอี้ทุกวัน และต้องการจะออกรบให้รู้ดำรู้แดงกันไป แต่สุมาอี้ผู้ก็คือพยัคฆ์เหมือนกัน เขารู้ดีถึงพิษสงของมังกรขงเบ้งดีว่าฤทธิ์นั้นร้ายกาจเพียงใด จึงต้องการให้ทหารทุกคนนิ่งเฉยเพื่อรอให้เสบียงของทัพจ๊กหมดไป หรือจนกว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นแก่กองทัพจ๊กเสียก่อน แต่ก็ลำบากใจกับขุนทหารที่ต้องการและรบเร้าจะออกรบอยู่ตลอดเวลาจึงพยายามเลี่ยงอย่างละมุนละม่อม โดยกล่าวแก่ขุนศึกทั้งหลายว่าจะขอส่งฎีกากราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตจากพระเจ้าโจยอยเพื่อออกรบเสียก่อน ในเวลานี้เองที่พระเจ้าโจยอยได้แสดงถึงพระปรีชาสามารถอันยิ่งใหญ่ และทรงทราบดีถึงความลำบากใจของสุมาอี้ จึงให้ขุนนางถือคำสั่งลงไปว่าห้ามออกไปสู้รบกับขงเบ้ง และให้ปฏิบัติตามคำสั่งของแม่ทัพสุมาอี้อย่างเคร่งครัด เมื่อคำสั่งนี้มาถึงจึงทำให้ขุนทหารทุกนายต้องยอมปฏิบัติตาม และสุมาอี้เองถึงกับกราบพื้นดินและกล่าวยกย่องพระเจ้าโจยอยว่า “พระองค์ทรงเป็นฮ่องเต้และสมเด็จพระจักรพรรดิ์ผู้ปรีชาโดยแท้” จนในที่สุดขงเบ้งป่วยและสิ้นชีวิตในสนามรบ และกองทัพจ๊กก็ต้องยกทัพกลับบ้านเมืองของตน

สุดยอดไหมครับ!! พระเจ้าโจยอย ฮ่องเต้ผู้ปรีชา ถ้าเปรียบกับนักบริหารแล้ว องค์กรไหนที่มีประธานบริษัทหรือผู้นำที่มีวิสัยทัศน์แบบนี้ ผมรับรองเลยว่าองค์กรนั้นจะสามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยากเลย เพราะรู้จักการวิเคราะห์สถานการณ์และรู้ใจผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างดี และพร้อมสนับสนุนทุกเรื่องที่จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กร ไม่แปลกใจเลยครับที่ทัพวุยจะสามารถป้องกันอาณาเขตของตนได้ในที่สุด แต่น่าเสียดายที่พระเจ้าโจยอยทรงมีพระชนม์สั้นไปหน่อย พระองค์สิ้นพระชนม์ด้วยพระชนมายุเพียง 34 พรรษาเท่านั้น ทรงครองราชย์เป็นระยะเวลา 13 ปี น่าเสียดายจริงๆครับ เคยคิดเหมือนกันว่า ถ้าพระองค์ทรงมีพระชนมายุยืนยาวกว่านี้ ประวัติศาสตร์สามก๊กก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียว เพราะสุมาอี้เองก็เริ่มแก่ชราลงแล้ว แถมขงเบ้งก็ไม่อยู่แล้วด้วย บางทีราชวงศ์โจอาจจะยืนยาวมากกว่าที่เป็นอยู่นี้ก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นครับเราต้องยึดหลักสัจธรรมที่ว่า ไม่มีใครหนีความตายได้พ้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของธรรมดา แต่ก่อนตายนี่สิ เราทำความดีกับสังคมกันบ้างหรือยัง !!!!!!! สวัสดีครับ !!!!!!!

ด้วยความปรารถนาดี

v Srivarathanabul

พิมาดา วีร์ / Pimada V. Deputy-Editor editor@dooqo.com Call: 083 3345353 ----------------------------------- DooQo.com "LUXURY LIFESTYLE INVESTMENT" Dooqo.com เป็นสื่อไลฟ์สไตล์และการลงทุน ในเครือ Hi-Class Media Group

You may also like...