สนทนาภาษากระเรียน : ภาคมังกรการลงทุน ตอนที่ 25

สัปดาห์ที่แล้วผมเขียนถึงเรื่องของจูล่งไป 1 ตอนแล้ว ตอนจบก็เล่าไปถึงตอนที่จูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊าไปส่งเล่าปี่ (ฟังดูแล้วเหมือนจูล่งไปรับอาเต๊าจากโรงเรียนไปส่งให้เล่าปี่ไหมครับ?) มาถึงสัปดาห์นี้ก็มาถึงตอน “เตียวหยุน จูล่ง สุภาพบุรุษไร้พ่าย ตอนที่ 2” กันแล้วนะครับ เรามาเริ่มย้อนอดีตไปสู่ยุคสามก๊กกันบัดเดี๋ยวนี้เลยครับ

หลังจากที่จูล่งฝ่าทัพโจโฉไปช่วยอาเต๊าทายาทของเล่าปี่มาได้แล้วนั้น ทัพของเล่าปี่ก็หนีมาได้จนถึงเมืองแฮเค้าซึ่งมีเล่ากี๋บุตรคนโตของเล่าเปียวครองอยู่ และก็สามารถชักชวนซุนกวนให้ร่วมรบกับโจโฉจนชนะได้แล้ว เล่าปี่ก็เข้ายึดครองเกงจิ๋วไว้ได้โดยส่งจูล่งไปตีเมืองกุ้ยหยางซึ่งมีเตียวหอมเป็นเจ้าเมืองอยู่ ฝ่ายเตียวหอมก็ยอมแพ้แต่โดยดีเนื่องจากเกรงในฝีมือของจูล่งอีกทั้งยังมีแซ่เดียวกันอีก เขาจึงเฝ้าเอาใจจูล่งเป็นอย่างดีจนทั้งสองสาบานเป็นพี่น้องกัน เตียวหอมถามไถ่ถึงเรื่องครอบครัวของจูล่งๆก็ตอบว่ายังไม่มีภรรยา เตียวหอมจึงแนะนำนางฮวนซีซึ่งเป็นพี่สะใภ้ให้ แต่จูล่งกลับโกรธมากและตอบเตียวหอมไปว่า ท่านกับเรานี้ก็สาบานเป็นพี่น้องกันแล้ว พี่สะใภ้ของท่านก็เปรียบเสมือนพี่สะใภ้ของเราด้วยจึงไม่สามารถตอบรับแต่งงานด้วยได้ เมื่อข่าวรู้ไปถึงเล่าปี่ๆก็จะจัดงานแต่งให้ แต่จูล่งตอบว่าไม่กลัวที่จะไม่มีภรรยา แต่กลัวที่จะไม่มีเกียรติยศสืบไปมากกว่า และเล่าปี่เองก็ยังไม่มั่นคงเท่าใดนัก จึงขอให้เล่าปี่ระงับไว้ก่อน

เมื่อเล่าปี่ยกทัพไปตีฮั่นต๋งกับบังทอง หวดเจ้ง ฮองตง ก็มอบหมายให้ขงเบ้ง กวนอู เตียวหุย จูล่ง ดูแลรักษาเกงจิ๋วไว้ หลังจากเล่าปี่ยกทัพไปไม่นานนัก ซุนกวนก็ออกอุบายเรียกตัวซุนฮูหยินน้องสาวต่างมารดาซึ่งแต่งงานกับเล่าปี่กลับ โดยอ้างว่าง้อก๊กไถ้ผู้เป็นมารดาป่วย ซุนฮูหยินไม่รู้ความจริงก็หลงเชื่อและพาอาเต๊าขึ้นเรือของฝ่ายซุนกวนกลับกังตั๋ง แต่จูล่งในตอนนั้นกำลังตรวจตราชายฝั่งอยู่ เมื่อเห็นซุนฮูหยินรีบร้อนขึ้นเรือผิดปรกติ จึงลงเรือตามไปแต่เพียงผู้เดียว เมื่อขึ้นถึงเรือของซุนฮูหยินได้ก็ชิงอาเต๊ากลับมา และถามเหตุผลว่าทำไมซุนฮูหยินถึงรีบกลับกังตั๋งโดยไม่บอกกล่าวใคร ซุนฮูหยินก็โกรธพลางบอกว่าอาเต๊าเปรียบเสมือนบุตรของเรา ยามนี้แม่เราป่วยเราจึงต้องรีบกลับไปดูแลจึงมิทันได้บอกกล่าวใคร และนี่เป็นเรื่องภายในครอบครัว ตัวของจูล่งเป็นเพียงข้ารับใช้ท่านเล่าปี่ไม่สมควรที่จะเข้ามาวุ่นวายกับเรื่องนี้ แต่จูล่งกลับตอบไปว่า อาเต๊าเป็นทายาทคนเดียว (ในขณะนั้น) ของเล่าปี่ การที่จะพากลับไปโดยไม่แจ้งใครนั้นย่อมไม่สมควร แต่ซุนฮูหยินก็ไม่ฟังและพยายามยื้อแย่งอาเต๊ากลับคืนมาแต่ไม่สำเร็จ พอดีขณะนั้นเตียวหุยตามมาถึงก็กล่าวแก่นางซุนฮุหยินว่า ลำพังตัวนางจะกลับก็คงไม่มีใครห้ามได้ แต่อาเต๊าเป็นลูกชายของเล่าปี่ การจะพาตัวไปนั้นย่อมไม่เป็นการสมควร หลังจากนั้นทั้งจูล่งและเตียวหุยจึงพาอาเต๊ากลับมาฝั่งเกงจิ๋วและปล่อยให้ซุนฮูหยินกลับไปพบซุนกวนตามลำพัง

เมื่อเล่าปี่ยกทัพไปตีเสฉวนก็เสียที่ปรึกษาบังทองไปในระหว่างการเดินทัพ กองทัพทั้งหมดจึงเสียขวัญไม่เป็นขบวน จึงเร่งคนให้มาตามขงเบ้งไปช่วยรบ ขงเบ้งจึงตั้งกวนอูให้รักษาการเมืองเกงจิ๋วแทนตน แล้วพาเตียวหุย จูล่ง ไปช่วยเล่าปี่จนยึดเมืองได้จากเล่าเจี้ยง เล่าปี่ได้ให้รางวัลแก่แม่ทัพนายกองถ้วนหน้า แต่จูล่งเป็นผู้ที่คัดค้านการให้รางวัลอย่างมากมายนี้ด้วยเหตุผลว่า ขณะนี้แคว้นเรายังมีศึก ราษฎรทั้งหลายก็พลัดพรากจากถิ่นฐานเดิมอยู่ หากจะเอาไร่นามาให้แก่แม่ทัพนายกองแล้ว ผู้เป็นเจ้าของเดิมก็จะยิ่งลำบากมากขึ้น จึงควรให้ประกาศชักชวนผู้คนให้กลับเข้ามาทำเรือกสวนไร่นาดังแต่ก่อน ทำดังนี้แล้วบ้านเมืองก็จะสงบสุข เล่าปี่ได้ฟังก็เห็นชอบกับจูล่งและให้รีบทำตามคำแนะนำนั้นทันที

จูล่งอยู่รับใช้เล่าปี่มาตลอดจนเล่าปี่ขึ้นเป็นฮ่องเต้ จากนั้นเขาก็ยังเป็นกำลังหลักที่สำคัญทางด้านการทหารของจ๊กก๊ก เขาเป็นข้าแผ่นดินผู้จงรักภักดีอย่างที่สุด เป็นที่น่าครั่นคร้ามต่อข้าศึกเมื่อพบเห็น ในขณะเดียวกันก็เป็นสุภาพบุรุษอย่างจริงใจ จูล่งเป็นแบบอย่างของผู้ใต้บังคับบัญชาที่น่าสรรเสริญจริงๆนะครับ เขาจบชีวิตอย่างสงบที่จ๊กก๊กด้วยอายุประมาณ 70 ปี ใครที่อ่านประวัติศาสตร์สามก๊กจะพบตัวละครที่มีความแตกต่างกันไปตามบุคลิกลักษณะของแต่ละคน แต่ทุกคนแม้กระทั่ง เล่าปี่ โจโฉ ซุนกวน กวนอู เตียวหุย ขงเบ้ง ฯลฯ ต่างก็ยังมีข้อตำหนิซึ่งกันและกันได้อยู่ แต่เมื่ออ่านถึงเรื่องราวของเตียวจูล่งคนนี้ ผมยังไม่เคยเห็นใครพูดถึงเขาในแง่ไม่ดีเลย ทั้งนักอ่านที่ชื่นชอบโจโฉหรือซุนกวนเองก็ยังยกย่องจูล่งแห่งเสียงสานทั้งนั้น นี่จึงเป็นสิ่งการันตีถึงความยอดเยี่ยมของสุภาพบุรุษนักรบจริงๆ ถ้าเป็นสมัยนี้ผู้บริหารท่านใดมีลูกน้องแบบนี้ถือว่าเป็นที่น่าอิจฉาของใครต่อใคร เวลาทุกข์เขาไม่เคยทิ้งเรา เวลาสุขก็คอยเตือนสติไม่ให้หลงระเริงไปกับความสนุกสุขใจชั่วคราว ผมเชื่อว่าในสมัยนี้ก็ยังมีคนอย่างจูล่งอยู่มากนะครับ เพียงแต่ผู้บริหารต้องพิจารณาดูให้ดี เมื่อเวลาองค์กรประสบปัญหานี่แหละจะเห็นได้ชัดเจนที่สุดครับ

ที่จริงเรื่องราวของจูล่งยังมีต่ออีกมาก ไว้โอกาสหน้าผมจะขอเอามาเล่าเป็นเหตุการณ์ไปก็แล้วกันนะครับ สำหรับก่อนจบในวันนี้ก็อยากขอเข้าเรื่องหุ้นอีกสักเล็กน้อย เผื่อว่าจะเป็นข้อคิดให้กับนักลงทุนบ้างไม่มากก็น้อย เมื่อเช้านี้ผมได้มีโอกาสคุยกับนักลงทุนท่านหนึ่ง เขาถามผมว่าถ้าเขาซื้อหุ้นตัวหนึ่งแล้วไปโพสบอกหุ้นให้คนอื่นๆมาซื้อด้วยจะทำให้หุ้นขึ้นได้จริงไหม? และเจ้ามือถ้าเขาเห็นใครมาเชียร์หุ้นเขาแล้วเขาจะหมั่นไส้แล้วทุบจริงไหม? ผมเห็นว่าเรื่องนี้น่าสนใจและคิดว่ายังมีนักลงทุนหลายคนที่ยังไม่เข้าใจเหตุผลจริงๆอยู่ ดังนั้นผมจึงขออนุญาตตอบผ่านคอลัมภ์นี้ด้วยก็แล้วกันครับ!! ที่จริงการไปโพสเชียร์หุ้นตามที่ต่างๆนั้น รายใหญ่เขาคงไม่มานั่งอ่านหรอกครับ เพราะคนที่มีพอร์ตเป็นร้อยเป็นพันล้านเวลาเขาจะลากหุ้นทีนึง เขาจะซื้อกวาดโดยไม่สนใจว่าใครจะซื้อขายอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลาที่เขากำหนดเขาก็ลากหรือทุบเท่านั้น ทีนี้การไปโพสเชียร์ให้รายย่อยด้วยกันซื้อจะทำให้หุ้นขึ้นได้หรือไม่ คำตอบก็คงจะไม่ได้เช่นกัน เพราะจำนวนหุ้นที่มีส่วนใหญ่ก็อยู่ในมือเจ้าของ (ไม่มีรายย่อยคนไหนลากหุ้นได้หรอกครับ) แต่ตรงกันข้ามเมื่อรายย่อยเข้าไปไล่ซื้อหุ้นมากขึ้น รายใหญ่เขาจะดูจากวอลุ่มไม่ใช่ดูจากการโพสของบุคคลใดๆ เมื่อหุ้นขึ้นสูงๆและเขาเห็นวอลุ่มเข้ามามากๆเขาก็ออกของก็เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเวลาจะโพสอะไรก็ไม่ต้องกลัวกันว่าเจ้าจะเขม่น เพราะเขาไม่รู้จักเรา และเขาก็ไม่ได้สนใจว่าใครจะซื้อหรือขายหุ้น เมื่อถึงเวลา (Timing) เขาก็จะดำเนินการของเขาเท่านั้น ลองคิดให้เป็นตรรกะเป็นเหตุผลดูสิครับ

ลองคิดดูว่าถ้าคุณเป็นรายใหญ่ คุณจะมานั่งอ่านว่าใครเขียนเชียร์ตัวไหนไหมครับ? ทุกอย่างมันมีเวลาที่กำหนดของมัน เมื่อถึงเวลาเขาก็จะลากหรือทุบหุ้นโดยไม่สนใจว่าใครจะซื้อหรือใครจะเชียร์อะไร เอาหล่ะครับ! หวังว่าคำตอบนี้คงจะเพิ่มความเข้าใจแก่นักลงทุนที่ยังมีข้อสงสัยอยู่ได้นะครับ สำหรับวันนี้ก็ขอลาทุกท่านไปก่อน พบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดีครับ!!!

v Srivarathanabul

พิมาดา วีร์ / Pimada V. Deputy-Editor editor@dooqo.com Call: 083 3345353 ----------------------------------- DooQo.com "LUXURY LIFESTYLE INVESTMENT" Dooqo.com เป็นสื่อไลฟ์สไตล์และการลงทุน ในเครือ Hi-Class Media Group

You may also like...