สนทนาภาษากระเรียน : ภาคมังกรการลงทุน ตอนที่ 23

สวัสดีครับนักลงทุนทุกท่าน ในสัปดาห์ก่อนผมก็เข้ามาเตือนแล้วว่าระวังการปรับตัวของเซ็ท และเซ็ทก็ปรับตัวลงแรงๆในสัปดาห์ก่อน ก็เป็นสิ่งที่ผมพอจะทำให้ทุกท่านที่อ่านคอลัมภ์ของกระเรียนปลอดภัยเมื่อเวลาที่เซ็ทวิ่งไปสูงมากๆแล้ว ส่วนใครจะตัดสินใจอย่างไรในการลงทุนก็ขึ้นกับวิจารณญาณของแต่ละคนนะครับ

วันนี้มีเพื่อนนักลงทุนของผมคนหนึ่งถามมาว่า ปรกติเขาจะดูข่าวก่อนตัดสินใจซื้อขายหุ้นเสมอ แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เป็นเพราะอะไร? ผมก็ตอบไปว่า สมมุติว่าแผ่นดินมันจะไหว มันแจ้งเราล่วงหน้าหรือเปล่า ก็เปล่า! แต่พอแผ่นดินไหวไปแล้ว มีอาฟเตอร์ช็อคไปแล้ว ข่าวถึงจะออกใช่ไหม แต่ข่าวมักจะออกไปหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนที่ติดตามข่าวก็ยังกลัวกันอยู่ แต่เหตุการณ์มันจบไปแล้ว และอาจจะอีกนานหลายปีกว่าแผ่นดินจะไหวซ้ำอีกครั้ง การลงทุนในหุ้นก็เช่นกัน พอเวลาหุ้นมันจะตก มันก็ไม่ได้บอกเราล่วงหน้า (เพียงแต่จะมีเครื่องมือเพื่อใช้วิเคราะห์แนวโน้มในอนาคต เช่น กราฟเทคนิคเป็นต้น) เมื่อถึงเวลาหุ้นลงมันก็ลงของมันเลย แล้วพอมันลงไปแล้วข่าวถึงจะมาออกทีหลัง ทีนี้นักลงทุนก็ยังตกใจอยู่ก็พากันเทขายขาดทุนตามกันไป แต่ภาวะที่หุ้นลงมันจบไปแล้ว และก็ถึงเวลาของหุ้นที่จะมีการเด้ง (Rebound) แล้ว เมื่อนักลงทุนเทขายขาดทุนกันออกมา ก็ไม่ได้ทำให้หุ้นนั้นลงไปอีกมากเท่าใด ตรงกันข้าม หุ้นกลับปรับตัวสูงขึ้นแทน คนที่ขายไปแล้วก็จะมานั่งเสียดายและเสียรอบกันไป

เหตุผลที่คนส่วนมากลงทุนแล้วขาดทุน ผมคิดว่าอาจจะเนื่องมาจาก การใช้อารมณ์มาตัดสินใจซื้อขายมากกว่าใช้เหตุผล ถ้าสมมุติเราคิดมุมกลับบ้างหล่ะ เมื่อหุ้นวิ่งไปแรงจนเกิดภาวะ Overbought แล้วเรารู้จักกลัว เราก็ขายทำกำไรไป ตอนนั้นข่าวดีออกมาท่วมตลาด แต่ถ้าเราใช้วิธีคิดเดียวกับข้างต้น นั่นคือ หุ้นมันขึ้นไปแล้ว แล้วข่าวดีถึงได้ออกมา เราก็จะขายไปด้วยความสบายใจ แม้ว่าบางครั้งราคาหุ้นจะวิ่งต่อไปอีก แต่เราใช้เหตุผลเข้ามาระงับความโลภในตัว เราก็จะรอให้หุ้นปรับตัวลงมาเสียก่อนเราจึงจะเข้าซื้ออีกครั้ง ถ้าทำแบบนี้ได้ทุกครั้ง การประสบความสำเร็จในการลงทุนของแต่ละท่านก็ไม่ใช่เรื่องยากหรอกครับ เพียงแต่เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ เรามักจะเอาสิ่งกระตุ้นอื่นๆเข้ามาคิด ทำให้การตัดสินใจของเราพลาดไป แต่นั่นเราจะไปโทษข่าวที่ออกมาช้า หรือโทษสื่อก็คงไม่ได้ เพราะสื่อเขาก็ต้องทำหน้าที่รายงานข่าวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว คงไม่มีสื่อที่ไหนที่สามารถรายงานข่าวล่วงหน้าว่าจะเกิดแผ่นดินไหวที่ไหน เวลาเท่าไหร่หรอกจริงไหมครับ? ถ้ามีที่ไหนก็แจ้งมาทางผมที ผมจะได้ขอไปสัมภาษณ์ทำสกู๊ปเด็ดเรื่องสื่อเทวดากันเลยทีเดียว ก็ล้อเล่นนะครับ เพราะความจริงก็อย่างที่พูดไปแล้วข้างต้นว่าไม่มีสื่อที่ไหนรู้เหตุการณ์อะไรล่วงหน้าได้หรอก เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น สื่อจึงนำมาเสนอสู่สารธารณะเท่านั้น

ดังนั้นการแก้ไขที่ตัวของเราเองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด อย่างผมเองเมื่อก่อนก็คิดเหมือนนักลงทุนทั่วๆไป แต่ผมโชคดีกว่าคนอื่นที่มีโอกาสได้เจอคนเก่งๆที่สอนวิธีคิดด้วยเหตุด้วยผลให้ เมื่อผมนำมาฝึกใช้ก็ปรากฏว่าใช้ได้ดีมากทีเดียว จึงอยากบอกต่อให้กับทุกท่านได้ลองพิจารณากันดู ไม่มีใครเก่งมาแต่เกิดหรอกครับ ทุกอย่างต้องเกิดจากการฝึกฝนทั้งนั้น ดูอย่างนักกีฬาดังๆหลายๆคนสิครับ ไม่ว่าจะเป็น คันโตน่า เบ็คแฮม ซีดาน โรนัลดินโญ่ โรนัลโด้ เอียนรัช ตอเรส หรือใครต่อใคร เขาก็ต้องฝึกฝนกันทั้งนั้น ที่สำคัญต้องฝึกอย่างถูกวิธีด้วย จึงจะทำให้แกร่งและมีฝีมือเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ไม่ใช่ว่าพอซื้อหุ้นเสร็จก็ไปนั่งภาวนาขอให้หุ้นของตัวขึ้น อันนี้แสดงว่ากำลังเล่นการพนัน ซึ่งโอกาสที่จะได้ทุกตาเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วน้อยกว่าเสียมากๆนะครับ

ก็ขอให้นักลงทุนทุกท่านที่อ่านคอลัมภ์ของกระเรียนในวันนี้ได้พิจารณาดูถึงสิ่งที่กระเรียนกำลังสนทนาในภาษาของกระเรียนกันหน่อยก็แล้วกันว่าตรงกับใจของท่านหรือไม่ ถ้าต้องการจะติชมใดๆเพื่อสร้างสรรค์ก็ยินดีรับฟังทุกๆความเห็นครับ

สำหรับสัปดาห์หน้าผมจะกลับมาเล่าเรื่องสามก๊กมังการการลงทุนกันต่อ ส่วนจะเล่าในตอนไหนนั้น คอยติดตามอ่านกันนะครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามคอลัมน์สนทนาภาษากระเรียนเสมอมาครับ

ด้วยความปรารถนาดีจากใจ

v Srivarathanabul

พิมาดา วีร์ / Pimada V. Deputy-Editor editor@dooqo.com Call: 083 3345353 ----------------------------------- DooQo.com "LUXURY LIFESTYLE INVESTMENT" Dooqo.com เป็นสื่อไลฟ์สไตล์และการลงทุน ในเครือ Hi-Class Media Group

You may also like...