คิดว่าซื้อหุ้นดี แต่ทำไมไม่มีกำไร ? … อยากรู้อ่านตรงนี้ เรามีคำตอบ

top01babybull

ทำไมหนอ…ทำไม…หุ้นบางตัว ที่บริษัทมองดูแล้วกิจการไปได้ดี น่าจะมีกำไรมาก ถึงเวลางบออกมากลับมีปันผลเพียงน้อยนิดและราคาร่วงตลอด

มีนักลงทุนหลายท่าน โดยเฉพาะนักลงทุนมือใหม่ที่สนใจการลงทุนหุ้นพื้นฐานดี ถือยาว รอกินปันผล และคอยมองว่าถ้าราคาหุ้นเดินหน้าไปถึงจุดที่มีกำไรพอสมควรก็จะแบ่งขายทำกำไรออกมาใช้จ่ายบ้าง พากันสงสัยว่า เพราะเหตุใด หุ้นบางตัวที่มีพื้นฐานดีน่าสนใจ และกิจการของบริษัทก็ดูเหมือนจะไปได้ดี เมื่อใดที่เข้าไปแวะเยี่ยมชมกิจการร้านค้าของเขาซึ่งมีเปิดอยู่ทั่วทุกหัวระแหง ก็มีผู้ซื้อคับคั่ง เก็บเงินเก็บทองกันแทบจะไม่ทัน ทว่าเมื่อถึงเวลาประกาศงบเพื่อนำกำไรมาแบ่งจ่ายปันผล กลับกลายเป็นว่าได้เงินปันผลน้อยนิดจนแทบไม่คุ้มกับความเสี่ยง หรืออาจจะต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารเสียอีก มิหนำซ้ำวันดีคืนดีก็มีการซื้อขายหุ้นบิ๊กล็อตที่กดราคาหุ้นในตลาดให้ต่ำเตี้ยติดดินจนนักลงทุนพากันถอดใจ ยอมขายหุ้นทิ้งในราคาต่ำ

ปรากฏการณ์เช่นนี้ อธิบายไม่ยาก ในที่นี้ขอละเว้นไม่พาดพิงว่าเป็นหุ้นของใคร หรือชื่อบริษัทใดบ้าง แต่ขออธิบายแบบง่ายๆ ให้เข้าใจกัน ดังนี้

 

นายแดงเปิดร้านโชห่วยริมถนนหน้าปากซอยเข้าหมู่บ้าน ขายดิบขายดีมาก มองเห็นลู่ทางว่า ถ้าสามารถเปิดร้านแบบเดียวกันได้หน้าปากซอยทุกซอยเพื่อรับลูกค้าหมู่บ้านอื่นๆ ด้วย ก็จะได้ผลกำไรมหาศาลในอนาคต แต่ในขณะนั้น นายแดงยังไม่มีเงินสดและเครดิตมากพอที่จะขยายการลงทุนมากขนาดนั้น และไม่อยากเสียดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงิน จึงชวนนายเขียวและนายดำมาร่วมหุ้น

เมื่อนายแดงได้เงินจากนายเขียวและนายดำมาลงทุนเพิ่ม ก็เสริมสภาพคล่องทำให้ค้าขายได้กำไรมหาศาล ช่วงแรกนายแดงก็แบ่งเงินกำไรปันผลให้หุ้นส่วนตามที่ได้มาจริง โดยเหลือบางส่วนไว้ลงทุนต่อ

แต่นานๆ ไป กำไรของร้านนายแดงยิ่งเพิ่มมากขึ้นและมากขึ้น และเมียนายแดงก็ชักเสียดายที่ต้องแบ่งส่วนเงินกำไรที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงออกไปให้หุ้นส่วนซึ่งตอนแรกก็ลงทุนมานิดเดียว ไม่ได้ลงแรงอะไร แต่ตอนหลังมูลค่าธุรกิจสูงขึ้น ก็ได้รับส่วนแบ่งมากขึ้นและมากขึ้นทุกที

เมียนายแดงจึงบอกให้นายแดงลองเจรจาขอซื้อหุ้นคืนจากนายเขียวและนายดำ แต่ทั้งสองก็ไม่ยอมขายให้ แถมความต้องการซื้อของนายแดงยังทำให้หุ้นส่วนทั้งสองเห็นโอกาสในการทำกำไร จึงยิ่งโก่งราคาขึ้นไปอีก นายแดงกับเมียจึงโกรธมาก

เมียนายแดงจึงออกอุบายว่า ให้นายแดงทำบัญชีแบบขี้โกง คือทำให้บริษัทที่มีกำไรมาก ดูเหมือนมีกำไรน้อยๆ จะได้ไม่ต้องปันผลมากนัก เมื่อผู้ถือหุ้นเห็นว่า บริษัทไม่ค่อยมีกำไร ก็จะหงุดหงิด และอาจจะอยากขายหุ้นกลับคืนให้นายแดงถือไว้ทั้งหมด

ยิ่งไปกว่านั้น นายแดงยังไปชวนนางสาวส้ม มาช่วยกันสร้างสถานการณ์ให้บริษัทดูแย่ ด้วยการแบ่งหุ้นในมือตัวเองขายให้นางสาวส้มจำนวนมากในราคาถูกๆ  (เปรียบได้กับการขาย บิ๊กล็อต ในตลาดหุ้น) ซึ่งความจริงนางสาวส้มก็เป็นญาติห่างๆกับนายแดงนั่นแหละ เงินที่นางสาวส้มนำมาซื้อหุ้นก็เงินนายแดงทั้งนั้น พร้อมกับปล่อยข่าวว่า บริษัทท่าทางจะไปไม่รอด เลยขายหุ้นทิ้งให้คนอื่น เพื่อให้หุ้นส่วนคือนายเขียวกับนายดำตกใจ รีบปล่อยหุ้นขายออกมาในราคาถูก

และเมื่อทั้งสองหุ้นส่วนยอมขายหุ้นออกมา นายดำก็สามารถซื้อหุ้นตัวเองกลับมาถือครองได้ทั้งหมดในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง

หลังจากนั้นเป็นต้นมา นายแดงก็รวบรวมหุ้นทั้งหมดกลับมาใส่ไว้ในชื่อตัวเองกับเมีย และตั้งหน้าตั้งตาค้าขายทำกำไรได้มหาศาลต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องแบ่งส่วนปันผลกำไรให้หุ้นส่วนคนไหนอีก เพราะตัวเองเป็นคนถือหุ้นกิจการร้านโชห่วยทุกสาขาแต่เพียงผู้เดียว กินคนเดียว รวยคนเดียว สบายแฮ

—————

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า หุ้นบางตัวนั้นอันตราย แม้บริษัทจะดูดีมีกำไรแค่ไหน แต่ถ้าเจ้าของบริษัทที่ไม่มีธรรมภิบาล  ไม่รักษาศักดิ์ศรีและชื่อเสียง ต่อให้ท่านเป็นนักลงทุนแบบ VI ที่เน้นถือยาว ก็ไม่ควรลงทุนกับบริษัทประเภทนี้ เพราะนอกจากจะเสียเงินฟรีๆ แล้วยังเจ็บใจอีกต่างหาก ซึ่งในตลาดหลักทรัพย์ก็มีเศรษฐีขี้โกงและขี้เหนียวแบบนี้ดักปล้นนักลงทุนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เป็นจำนวนมาก

เขาถึงมีคำเตือนว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ” ไงละคะ…อิ อิ

 

——————–

อัพเดตข่าวโดย : หนูกระทิง
20130422

 

You may also like...