Category: wine & spirit

0

GLENFIDDICH

วิสกี้ชั้นเยี่ยมจาก เกลนฟิดิค ตำนานแห่งผู้บุกเบิกซิงเกิลมอลต์สก็อตช์วิสกี้เจ้าของรางวัลระดับโลก เกลนฟิดิค ซิงเกิลมอลต์สก็อตช์วิสกี้ที่คว้ารางวัลระดับโลกมากที่สุด เฉลิมฉลองครบรอบ 125 ปีของตำนานแห่งการบุกเบิกผลิตวิสกี้ นำเสนอวิสกี้รสเลิศหลากชนิด นับตั้งแต่วิสกี้รสชาติยอดนิยมระดับสากลอย่างเกลนฟิดิค 12 ปี ไปจนถึงวิสกี้รุ่นหายากและมีรสชาติขั้นสุดยอดอย่าง เกลนฟิดิค 50 ปี เพื่อพลิกฟื้นตำนานการบุกเบิกของผู้ก่อตั้ง วิลเลียม แกรนท์ ผู้สร้างสรรค์ “สุดยอดเครื่องดื่มแห่งขุนเขา” จนมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วโลก

0New French Wines

SIAM WINERY INTRODUCE PREMIUM FRENCH WINE FROM CASTEL GROUP

สยาม ไวเนอรี่ แนะนำไวน์ฝรั่งเศสระดับพรีเมี่ยมจาก คาสเทล กรุ๊ป ผู้ผลิตไวน์อันดับหนึ่งจากฝรั่งเศส เสริมทัพในกลุ่มสินค้า World of Wines สยาม ไวเนอรี่ บริษัทผู้ผลิตไวน์ไทยและนำเข้าไวน์คุณภาพเยี่ยมจากต่างประเทศทั่วโลก สานต่อวิสัยทัศน์ในการสร้างวัฒนธรรมการดื่มไวน์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ตอกย้ำความสำเร็จของไวน์ฝรั่งเศสคุณภาพชื่อดัง “แฟมิลล์ คาสเทล” ที่สยาม ไวเนอรี่ได้นำเข้าจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2555

MOET & CHANDON

MOET & CHANDON

โมเอ็ท & ชองดอง แชมเปญรสเลิศคุณภาพพรีเมี่ยมระดับโลก หนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ จำกัด (Diageo Moet Hennessy Co., Ltd) มีประวัติอันลือเลื่องยาวนานและได้รับความนิยมในเหล่าบรรดาราชวงศ์ทั้งในฝรั่งเศสและยุโรปนับแต่อดีต รวมไปถึงในหมู่สังคมชั้นสูงในปัจจุบัน

Red wine 02

ไวน์แดง…สีและรสชาติที่ผสมกันได้อย่างลงตัว

ไวน์แดง สีของไวน์แดงเมื่อเอียงแก้วแล้วมองผ่านไปยังฉากสีขาวนั้น 4 มักจะพบว่ามีเฉดสีเป็นชั้น 3-4 ชั้น ลำดับจากวงนอกดังนี้ -ขอบใสเหมือนน้ำ (watery edge) -สีม่วง (กรณีอายุยังน้อย) หรือสีส้ม (กรณีไวน์เก่า) -สีดำหรือน้ำตาล -สีแดงเข้ม 1. รอบนอก มีสีใสเหมือนน้ำ ถ้าไวน์อายุยังน้อยวงมักจะแคบและจะกว้างขึ้นตามอายุ

get to know white wine

ทำความรู้จักกับไวน์ขาว

ไวน์ขาว ขณะอายุยังน้อยจะมีสีฟาง (Straw) คือสีน้ำเจือด้วยสีเหลืองจางๆ และส่วนมากจะมีเงาสีเขียวที่ขอบและผิวเมื่อเอียงแก้วดูขอบนอกของส่วนโค้งของน้ำไวน์ เพราะความสดที่ได้มาจากเนื้อและเปลือกขององุ่นยังไม่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะไวน์ที่มาจากเขตภูมิอากาศเย็น แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับองุ่นและพันธุ์ที่ใช้ทำไวน์นั้น มีองุ่นหลายสายพันธุ์ที่ใช้ทำไวน์ องุ่นหลายสายพันธุ์อาจไม่มีเงาสีเขียวเลย อย่างเช่น Gewuztraminer ซึ่งมักจะมีเงาสีชมพู เหตุเพราะพันธุ์นี้มีเปลือกสีชมพู และพันธุ์ Pinot Gris ที่มีเปลือกเป็นสีเทาจะไม่มีเงาสีเขียว บางพันธุ์ที่มักทำเป็นไวน์หวาน เช่น MUSCAT ที่มีผิวสีเหลืองทอง หรือไวน์หวานอื่นๆ

wine test

ชิมไวน์ได้อย่างถูกวิธี

การชิมไวน์นั้นมีจุดประสงค์เพื่อวิเคราะห์องประกอบของไวน์และประเมินคุณภาพอาจจะเพียงเพื่อให้เกิดความสุนทรีในการดื่ม หรือเพื่อประเมินความคุ้มเงินอันจะเป็นประโยชน์ต่อการซื้อสำหรับผู้ซื้อ และเพื่อเป็นหลักในการตั้งราคา ขายสำหรับผู้ขายเอง หลักและขั้นตอนของการชิมไวน์มีดังนี้ ดู (Visual Examintion) คือการพิเคราะห์ถึงความหนืด หรือความเข้มข้นของไวน์(Fluidity) โดยดูจากขา(Leg หรือ Tear) หรือดูตามความตึงของผิว และความเข้มของสี ดม (Olfactory Examination) การดมจะทำให้พิเคราะห์กลิ่น 3 ขั้นคือ

To love wine_resize

เรียนรู้…เพื่อรู้จัก…และรักไวน์

บ่อยครั้งที่ความหมายแท้ๆ ของการดื่มไวน์ ถูกทำให้บิดเบือนด้วยชื่อเสียง หรือราคาที่แพงลิบลิ่ว จนคนที่ดื่มเอง เกิดความสงสัยในมาตรฐานรสนิยมของตัวเอง คำถามว่าไวน์ดีๆ ควรจะมีคุณลักษณะเป็นอย่างไร ไม่ได้เริ่มต้นว่า คุณซื้อไวน์ขวดนั้นมาด้วยราคาแพงแค่ไหน หรือเป็นไวน์ยี่ห้ออะไร แต่เริ่มต้นตรงที่ ไวน์แก้วที่คุณดื่ม ให้ความรู้สึกที่ดีกับคุณอย่างไรบ้าง

Smell or Olfactory Examination

การดม (Smell or Olfactory Examination)

ในโพรงจมูกของคนเรา (Nasal) จะประกอบด้วยเยื่อบุที่จะรับรู้กลิ่นต่างๆได้ เรียกว่า Olfactory Mucus Membrane ที่พิจารณารับรู้กลิ่นต่างๆได้ประกอบด้วย Bulb Olfactory  Centre Olfactory & Gustatory นอกจากนั้นยังสามารถรับรู้ถึงรสชาติได้ด้วย เช่น กลิ่นของรสเปรี้ยว กระด้าง เย็น และอบอุ่นเป็นต้น แล้วส่งผ่านไปยังสมองเพื่อแยกแยะ (Tranlation) ที่Centre Auditory แล้วส่งไปบันทึกไว้ที่สมองส่วนที่เป็นหน่วยความจำ Centre Visuel

The Tase Examinationresize

อมและกลืน (The Tase Examination)

การอมไวน์และกลืนเป็นเสมือนบทสรุปอีกขั้นหนึ่ง ของขบวนการการชิมไวน์ด้วยการดูและดมก่อนหน้านี้ ขั้นตอนการอมและกลืนนี้ก็ยังต้องอาศัยต่อมรับกลิ่นของการดมอยู่ จะสังเกตว่าเมื่อเราเป็นหวัดจะรับประทานอะไรก็ไม่มีรสชาติเพราะการรับกลิ่นของจมูกไม่ดีนั่นเอง ลิ้นของคนมีจุดประสาทรับรสกระจายอยู่ในส่วนต่างๆคือ

History of Drunk 06_resize

ประวัติศาสตร์ของความเมา

แอลกอฮอล์ (alcohol) เป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากภาษาอาหรับ แอลกอฮอล์เริ่มเป็นที่รู้จักและแพร่หลายในทวีปยุโรปราวศตวรรษที่ 12 มาพร้อมกับการกลั่น ซึ่งเป็นวิทยาการความรู้ด้านเคมีของชาวอาหรับในตำราที่นักวิทยาศาสตร์ชาวยุโรปได้นำมาแปลและถ่ายทอดในภาษาของตัวเอง ความหมายดั้งเดิมของแอลกอฮอล์หมายถึงผงอัลติโมไนซัลไฟด์ (Sb2S3) ที่ใช้เป็นยาฆ่าเชื้อ หรืออายไลเนอร์

Wine and Rev

เหล้ากับการปฏิวัติ

กวัลโดส (Calvados) หรือบรั่นดีจากแอปเปิลเป็นเครื่องดื่มที่มีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่และยาวนานมากที่สุดชนิดหนึ่ง Calva ในภาษาละตินแปลว่า ‘โล่งแจ้ง’ Dorsa แปลว่า ‘ปลายยอด’ บางคนถึงกับกล่าวอีกด้วยว่า กวัลโดส ถือเป็นสัญลักษณ์ของการปฏิวัติฝรั่งเศส ในปี ค.ศ.1789 เพราะเป็นเครื่องดื่มที่แพร่หลายในหมู่ชาวนาซึ่งเป็นกำลังหรือแรงผลักดันสำคัญ ที่ทำให้การปฏิวัติสำเร็จลุล่วง (ตั้งชื่อตามแคว้นของชาวนากลุ่มหนึ่งที่ทำการเคลื่อนไหว)

Writer Drunker 02_resize

นักเขียนกับการดื่ม

แม้เราจะพอทราบกันว่านักเขียนหลายคนในโลกเป็นนักดื่มตัวยง แต่ใครกันเล่าจะรู้ว่านอกเหนือจากที่สุดของที่สุดอย่างเอฟ. ซี. สก็อต ฟิตเจอรัลด์และวิลเลียม โฟล์กเนอร์แล้ว ก็ยังมีนักเขียนอีกเป็นจำนวนมากตั้งแต่ยุคเอ็ดการ์ อลัน โป, อาตูร์ แรงโบด์ไล่เรียงมาเรื่อยจนถึงเชอร์วูด แอนเดอสัน และ เออร์เนส เฮมิงเวย์ ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นนักดื่มในระดับที่เรียกว่า ‘แอลกอฮอลไหลเวียนอยู่ในสายเลือด’ แทบทั้งสิ้น

yondeva 02

ยอนเดวา (ภาคแรก) เมรัยละครของจำรัส สายะโสภณ

หลังจากที่เราได้กล่าวถึงเรื่องเล่าหรือตำนานต่างๆ เกี่ยวกับเหล้าในโลกตะวันตกมาพอสมควรแล้ว ก็เห็นจะต้องย้อนกลับมาพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเหล้าในบ้านเราบ้าง ซึ่งแน่นอนเรื่องเล่าที่อยู่ในรูปของวรรณคดีซึ่งมีชื่อว่า ยอนเดวา นี้ออกจะมีความแปลก แตกต่างจากคำกลอนโดยทั่วไปอยู่สักนิด ตรงที่ยอนเดวากล่าวถึงสุรามากมาย โดยชื่อของสุรานั้นก็กลายไปเป็นชื่อของตัวละครต่างๆ ที่มีบทบาทในเรื่อง ดังเช่นความตอนหนึ่งที่บรรยายถึงกองทัพอันเกรียงไกรของยอนเดวาแห่งอัษฎงค์ประเทศ ซึ่งมีขุนศึกและพลาธิการต่างๆ เป็นชื่อเหล้าฝรั่งที่เหล่านักดื่มรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

Story of wine and the culture 02_resize

เรื่องของไวน์และความหมายทางวัฒนธรรม

“Every day I spend my time, drinking wine, feeling fine, waiting here to find the sign, that I can understand, yes I am.” นอกเหนือจากเสียงร้องของแคเธอรีน วิลเลี่ยมส์ ที่นำเอาเพลงของร็อด สจวร์ตมาร้องใหม่ ได้อย่างไพเราะขาดใจแล้ว เนื้อหาในท่อนขึ้นของเพลงๆ นี้ก็มีเรื่องคิดให้วิเคราะห์กันต่อในเชิงวัฒนธรรมด้วยเหมือนกัน คติความเชื่อเกี่ยวกับไวน์และศิลปะการดื่มไวน์ กลายเป็นวัฒนธรรมร่วมยุคร่วมสมัยสำหรับเกือบทุกชนชาติ แต่ไม่ทุกชาติที่การดื่มไวน์จะเป็นวัฒนธรรมของทุกชนชั้น เพราะการดื่มไวน์เป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นสูง...

The absence story

เรื่องของแอบแซงธ์

เคยเข้าใจว่าเพลง Crying Time ของแนนซี่ ซินาตราร้องว่า “Now they say that absinthe makes the heart grow fonder” แต่ฟังดูดีๆ แล้วจริงๆ เธอร้องว่า “Now they say that absence makes the heart grow fonder” ไม่ได้รู้สึกหน้าแตกอะไร เพราะถึงยังไงก็ยังชอบเนื้อร้องอันแรกที่ฟังผิดมากกว่า คำว่า ‘แอบซินธ์’ หรือ ‘แอบแซ็งธ์’...

Symposium and the story in the liquor 0_resize

Symposium และเรื่องเล่าในเรื่องเหล้า

เรื่องของเหล้ามี ‘เรื่องเล่า’ ไม่เฉพาะแค่เหล้าที่ทำให้เราสามารถเล่าเรื่องได้อย่างออกรสออกชาติในวงกินดื่ม แต่เป็นเรื่องของตำนาน และประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับเหล้า เพราะตราบเท่าที่ยังไม่มีใครสามารถตอบคำถามประเภทว่า แท้จริงแล้วเหล้าชนิดแรกในโลกเกิดขึ้นเมื่อไร ที่ไหน หรือเป็นอย่างไร (ที่แม้นักโบราณคดีจะอนุมานว่ามนุษย์เรียนรู้ที่จะทำไวน์มาเป็นเวลานานกว่าหนึ่งหมื่นเป็นอย่างน้อย หรือสำหรับเบียร์ที่บางเผ่าพันธุ์อาจจะรู้จักการหมักด้วยยีสต์มาก่อนหน้าการทำขนมปังด้วยซ้ำ)

Blood & Liquor 0_resize

เลือดกับเหล้า

เหมือนที่ตำนานวีรบุรุษหรือเรื่องเล่าปรัมปราไม่ได้มองว่า ‘การดื่มสุรา’ เป็นการกระทำที่ผิดต่อหลักธรรมของชีวิต ในปกรณัมของยุโรปเหนือ  (สวีเดน, ฟินแลนด์,นอร์เวย์, เดนมาร์ค และไอซ์แลนด์) นอกจากเหล้าจะถูกยกให้เป็นปัจจัยพื้นฐานของการใช้ชีวิตท่ามกลางความหนาวเหน็บแล้ว เหล้าบางชนิดยังถูกมองว่าสามารถสร้าง ‘ปัญญา’ หรือ ‘การเรียนรู้’ โดยเฉพาะในด้านศิลปวิทยาการให้กับผู้ดื่มได้

Brandy in the crime scene 0_resize

บรั่ีนดีกับความเป็นเหล้าในฉากฆาตกรรม

หากจะกล่าวถึงฉากฆาตกรรมที่สำคัญที่สุดฉากหนึ่งในโลกวรรณกรรม อันดับต้นๆ ที่คนจะมักหยิบยกมาพูดก็คงจะไม่พ้นฉากฆาตกรรมในอมตะนิยายเรื่องพี่น้องคารามาซอฟของนักประพันธ์เอกชาวรัสเซียฟีโอดอร์ ดอสโตเยฟสกี (Fyodor Dostoyevsky) ซึ่งฉาก ‘ปิตุฆาต’ (หรือฉากที่ดอสโตเยฟสกีน้อมนำไปในความหมายนั้น) ได้ดึงเอาตัวละครหลักๆ หลายต่อหลายตัวทั้งในบ้านคารามาซอฟ รวมไปถึงสภาวะทางจิตวิทยาที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน มาขมวดรวมกันไว้ในปมเดียว

The Fox ,the Sour Grapes and the White Wine 02_resize

สุนัขจิ้งจอก องุ่นเปรี้ยว และไวน์ขาว

  อีสปได้เล่านิทานเรื่ององุ่นเปรี้ยวไว้ว่า “เป็นวันที่ร้อนวันหนึ่งของฤดูร้อน จิ้งจอกที่กำลังดังดุ่มอยู่ในสวนผลไม้ได้เดินไปหยุดอยู่ใต้พวงองุ่นที่กำลังสุกได้ที่ จิ้งจอกตัวนั้นจึงรำพึงกับตัวเองว่า “สิ่งนี้ละที่จะช่วยดับกระหายให้กับฉันได้” เจ้าจิ้งจอกเดินกลับไปสองก้าว จากนั้นก็กระโดดขึ้นตะปบ หากมันก็ไม่สามารถนำเอาองุ่นพวงนั้นลงมาได้ มันกลับหลังหันแล้วกระโดดใหม่อีกครั้งหนึ่ง แต่ก็พลาดเหมือนเช่นเคย จนในที่สุดมันก็ละความพยายาม เดินเชิดหน้าจากไปพร้อมกับพูดว่า “ฉันว่าองุ่นช่อนี้เปรี้ยว” อีสปกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “การกล่าวโทษสิ่งที่เราทำไม่สำเร็จเป็นเรื่องง่าย”

Wine & Religion_resize

ศาสนากับเหล้า

“หลุมฝังศพข้าคงจะตกอยู่ในที่อันหนึ่ง ซึ่งลมเหนืออาจจะพัดพรรณะบุพชาติมาร่วงโรยท่วมทับไว้” โอมาร์ ฮะกิม คัยยาม Omar Khayym 1050-1121 เป็นปราชญ์หัวก้าวหน้าชาวอาหรับที่ได้รับการยกย่องในเรื่องของความรอบรู้หลากหลายแขนงวิชา ผู้เชี่ยวชาญทั้งทางด้านดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ หรือโดยเฉพาะคณิตศาสตร์ เป็นผู้คิดค้นการคิดเลขแบบอัลเยบรา จวบจนกระทั่งทั่วโลกได้ประจักษ์ถึงความสามารถของโอมาร์ในเชิงอักษรศาสตร์ เมื่อได้มีการแปลคัมภีร์ที่จารึกบนหนังแกะ (ที่ถูกเก็บไว้ในหอสมุดของมหาวิทยาลับออกซ์ฟอร์ด) ออกมาเป็นภาษาอังกฤษครั้งแรกๆ เมื่อปี ค.ศ. 1859 โดยเอ็ดเวิร์ด ฟิตเจอร์รัลด์